อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อัดคสช.เขียนก.ม.คุ้มครองตัวเองจะแก้ทุจริตให้หมดได้อย่างไร

"จรัญ"ชี้แก้ปัญหาทุจริต นายกฯมือสะอาดคนเดียวไม่ได้ แต่ลูกน้องจะต้องดีด้วย แนะยกระดับแดนขัง "ไอลอล์"ชี้สังคมต้องเรียนรู้ว่าคนโกงไม่ใช่วีรบุรุษ พฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2560 เวลา 17.24 น.

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดเสวนาหัวข้อ "ตามหาคน(โกง)หาย" โดยนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า โจทย์ที่เป็นปัญหาในกระบวนการยุติธรรมไทย คือ1.มีช่องโหว่ที่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวลมากภาควิชาการตั้งฉายาว่าเป็นระบบยุติธรรมแบบใยแมงมุมดักได้แต่แมลงตัวเล็ก แต่ถ้าเป็นแมลงตัวใหญ่ใยแมงมุมก็ขาด ซึ่งตรงนี้เป็นช่องโหว่ของกลไกที่ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานลำบากในการตามตัวผู้กระทำผิด 2.การจับผู้บริสุทธิ์มาดำเนินคดีอาญา ไม่มีกำลังจะต่อสู้ หรือหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ปัญหาจึงเงียบ ทำให้สังคมไม่ได้ยินเสียงเขา 3.ปัญหาอาชญากรในเครื่องแบบ ที่ปัจจุบันยังคงมีบุคลากรในระบบงานยุติธรรมที่เกเร แฝงตัว อาศัยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ก่ออาชญากรรม โดยไม่ปรากฎให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าปราบยากมาก เพราะคนเหล่านี้รู้ช่องทางในการเอาตัวรอดเป็นอย่างดี เมื่อรวมกันจึงเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของสังคมไทย

นายจรัญ กล่าวว่า การลดความเหลื่อมล้ำในระบบยุติธรรม ต้องเริ่ม เช่น จากกระบวนการรับหรือไม่รับแจ้งความ หากเป็นชาวบ้านคดีอาจเดินช้า แต่ถ้าคนที่มีชื่อเสียงในสังคมเรื่องจะเดินเร็ว จึงต้องมีการเสริมศักยภาพให้ประชาชนคือให้องค์กรที่ได้รับการอนุมัติและผ่านการตรวจสอบเป็นผู้ฟ้องร้องแทนตัวผู้เสียหายได้ ส่วนการปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว ต้องมีการสังคายนากันอีกครั้ง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นชาวบ้านไม่สามารถหาหลักประกันมาได้ ขณะที่บางคดี มีความรุนแรงมากกว่าแต่ผู้กระทำผิดสามารถหาหลักประกันเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว และต้องคำนึงเสมอว่า ผู้ต้องหานั้นยังไม่ใช่อาชญากร

"การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดทางการเมือง ประธานสภา และศาลต้องร่วมมือกัน  ซึ่งในส่วนการเมืองคนที่อำนาจสูงสุดคือ นายกรัฐมนตรีจะต้องเมตตาสังคมมากกว่าลูกน้องตัวเอง รักแผ่นดิน รักประเทศชาติ รักสังคมมากกว่าคนของตนเอง ทั้งนี้เบอร์ 1  จะดีคนเดียวไม่ได้ เบอร์ 2 เบอร์ 3 จะต้องดีด้วย ดังนั้นเท่ากับว่า นายกฯ มือสะอาดคนเดียวไม่สามารถช่วยประเทศชาติได้ และหากใช้กลไกปกป้อง ปกปิด ใครจะทำอะไรได้เมื่อเจ้าหน้าที่ทำเป็นคนทำผิดเสียเอง แต่หากไม่ยุ่งก็เท่ากับปล่อยละเลย ก็ถือว่ามีความผิดอีก"นายจรัญ กล่าว

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน(iLaw) กล่าวว่า มองว่าการปราบปรามทุจริตในประเทศไทยมีพัฒนาการขึ้น คือสามารถนำคนที่มีอิทธิพล มีเงินเข้าเรือนจำได้ แต่เรือนจำของไทยสภาพความเป็นอยู่ไม่ค่อยดี นักโทษที่มีเงินจึงหาช่องเพื่อให้ได้อยู่ในแดนขังที่ดีที่สุด ซึ่งคล้ายกับกรณีในคอร์รัปชั่น เมื่อเราไปติดต่อขอบางสิ่งกับราชการ กลับถูกถ่วงไว้เพื่อเรียกรับสิทธิประโยชน์   ดังนั้นจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานชีวิตในเรือนจำให้ดีขึ้นเพื่อให้คนที่จะใช้อภิสิทธิ์ในการให้ตัวเองมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจะเกิดความละอายใจได้บ้าง นอกจากนี้ตนมองว่าการที่มุ่งลงโทษคนใดคนหนึ่งเป็นปลายทางในการต่อสู่กับการทุจริต ซึ่งการติดคุกไม่ใช่การแก้ปัญหาในเชิงระบบ เพียงแต่สังคมได้สะใจเท่านั้น ซึ่งควรเรียนรู้จากกระบวนการถูกจับกุม ดำเนินคดี การพิจารณาคดีให้สังคมเห็นว่าวิธีการทุจริตทำอย่างไร และจะอุดช่องว่างด้วยวิธีไหนน่าจะสำคัญกว่า

"ผมอยากให้สังคมได้เรียนรู้ จากคดีคอร์รัปชันที่ผ่านมาด้วย  ไม่ว่าจะเป็นคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร หรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ที่มีการดำเนินการภายหลังรัฐประหาร สังคมจึงต้องเรียนรู้ว่าคนโกงคือคนไม่ดี ไม่ใช่ให้คนมองว่าเป็นวีรบุรุษ ซึ่งควรมีการบังคับใช้กฎหมาย มีการตรวจสอบคอร์รัปชั่นเหมือนกันทุกรัฐบาลไม่ว่าจะมาด้วยวิธีการใด นอกจากนี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เองก็มีมาตรา 279 ที่คุ้มครองอยู่ ซึ่งการที่คสช. จะเขียนกฎหมายขึ้นเอง เพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริตนั้น หากเป็นเช่นนี้แล้วการคอร์รัปชันจะหมดไปได้จากสังคมไทยได้อย่างไร" นายยิ่งชีพ กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 13