อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

ร้องศาลรัฐธรรมนูญคำสั่งคสช.ห้ามชุมนุม-ควบคุมตัวขัดรธน.หรือไม่

แกนนำกลุ่มฟื้นฟูปชต.-ประชาชนร้องศาลรัฐธรรมนูญ ตีความคำสั่ง คสช. 3/2558 ปมห้ามชุมนุม-ควบคุมตัว 7 วัน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อังคารที่ 19 ธันวาคม 2560 เวลา 13.36 น.

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตัวแทนภาคประชาชน 7 กลุ่ม นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ตัวแทนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ, น.ส.เยาวลักษ์ อนุพันธ์  ตัวแทนหัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อนสิทธิมนุษยชน, ตัวแทนนายอัครเดช ฉากจินดา เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 เข้ายื่นคำร้อง ต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 และ 12 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา  26 และ 44 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้หรือไม่

โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลได้เกิน 7 วันโดยไม่มีหมายศาล และข้อ 12 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนนั้น กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเสรีภาพในการชุมนุมที่มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็รับรองไว้ในมาตรา 4 แต่คสช.กลับใช้คำสั่งดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชนที่เห็นต่าง ซึ่งการยืนคำร้องครั้งนี้ ต้องการที่จะพิสูจน์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้จริง ตามที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ได้โฆษณาไว้ เมื่อครั้งรณรงค์ให้ประชาชนลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ และต้องการพิสูจน์ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถวินิจฉัยยืนยันถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมได้หรือไม่ ขณะเดียวกันหากศาลรัฐธรรมนูญ ยังยืนยันที่จะวินิจฉัยโดยให้ความชอบธรรมกับการใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร ก็จะเท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่ากลไกลการคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญนี้ ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 นี้เสีย

ขณะที่นายนิมิตร์ กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามที่จะแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ ซึ่งหลายมาตราแก้แล้วจะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ยากยิ่งกว่าเดิม ทำให้ทางกลุ่มได้ติดต่อกับทางรัฐบาลที่จะเคลื่อนไหว  เพื่อไปยื่นจดหมายถึงนายกฯ แต่ทหารก็กลับเอาคำสั่ง คสช. มาสกัดกั้น ไม่ให้เรารวมตัวเพื่อที่จะเข้าพบนายกฯได้  จึงเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน แม้เป็นการเคลื่อนไหวโดยสงบก็ตาม

ด้าน นายอัครเดช  กล่าวว่า หลังปี 2557 การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ไม่ได้ความเป็นธรรมในหลายเรื่อง มีการใช้คำสั่งดังกล่าวห้ามดำเนินกิจกรรม หรือเมื่อดำเนินการกิจกรรมแล้วก็ใช้ตำรวจ ทหารมาสกัดกั้น ใช้กำลังจับกุมบุคคลไปกักขัง โดยไม่ได้มีหมายศาล ซึ่งถ้าคำสั่งนี้ยังคงอยู่ก็จะยิ่งเกิดปัญหากับภาคประชาชน ทั้งในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา  ท่าเรือปากบารา  การสร้างเขื่อนต่างๆในทัพลุง  ซึ่งขณะนี้ทุกโครงการของรัฐกำลังเดินหน้า ประชาชนก็ควรมีสิทธิลุกขึ้นมาเรียกร้องปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่ใช้คำสั่งนี้ไปจำกัดและกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะมันไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ 7 กลุ่ม ที่เข้ายืนคำร้องในวันนี้ประกอบไปด้วย 1. กลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัว  จากการจัดกิจกรรมที่หอศิลป์กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2558, 2.กลุ่มเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ถูกดำเนินคดีจากการสังเกตการณ์กิจกรรมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น, กลุ่มนักกิจกรรมที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัวจากการจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปตรวจสอบทุจริตอุทยานราชภักดิ์, กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐควบคุมตัว จากการจัดกิจกรรมวันที่ 24 มิ.ย. 2559, กลุ่มนักกิจกรรมที่ถูกเจ้าที่รัฐควบคุมตัวจากการแจกจ่ายเอกสารรณรงค์การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ, กลุ่มประชาชนที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐจำกัดเสรีภาพในการชุมนุม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 138