อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สั่งสอบปมสหกรณ์ฯครูมุกดาหารปล่อยกู้ลูกหนี้พิเศษให้เสร็จใน7วัน

"กรมส่งเสริมสหกรณ์” สั่งตรวจสอบการสหกรณ์ฯครูมุกดาหาร ปล่อยกู้ลูกหนี้พิเศษกว่า138ล้านบาท จี้ 1 สัปดาห์ ต้องมีคำตอบ ป้องกันความเสียหายในอนาคต เสาร์ที่ 13 มกราคม 2561 เวลา 14.37 น.

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมุกดาหาร จำกัด จำนวน 3,500 คน ล่ารายชื่อร้องเรียนกับรองผวจ.มุกดาหารถึงการบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ว่าไม่มีความโปร่งใสซึ่งในปีบัญชีของสหกรณ์ วันที่ 30 พ.ย. 2560 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 28,068,563.52 บาท ลดลงจากปีบัญชี 59 ซึ่งมีกำไรจำนวน 91,527,422.69 บาท เนื่องจากในปีบัญชี 30 พ.ย. 2560 ได้มีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี จากผู้สอบบัญชีภาคเอกชนมาเป็นผู้สอบบัญชีภาครัฐ ตามรอบการสอบบัญชี ซึ่งจากการสอบบัญชีพบว่าการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้เงินกู้ตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์นั้นตั้งไว้ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่ำกว่าเกณฑ์แสดงถึงกำไรที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของสหกรณ์ และเมื่อผู้สอบบัญชีของภาครัฐเข้าตรวจสอบ มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้เงินกู้ฉุกเฉินจำนวน 25,151,958.10 บาท ลูกหนี้สามัญ 16,930,831.32บาท ลูกหนี้พิเศษ 138,059,533.75 บาท ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายของสหกรณ์เพิ่มขึ้นเกือบ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นตามมาตรฐานทางบัญชี

รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า จากข้อมูลฐานะทางบัญชีของสหกรณ์ดังกล่าว เป็นงบที่แสดงฐานะที่แท้จริงของสหกรณ์ ซึ่งมีกำไรลดลงจากเดิม 90 ล้านบาท เหลือเพียง 28 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อผลกำไรของสหกรณ์ลดลง ทำให้การจัดสรรปันผลเงินเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกครูลดลง โดยสหกรณ์จ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกได้แค่ร้อยละ 1.19 เฉลี่ยคืนให้ได้ร้อยละ1.17 ซึ่งต่ำลงกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา ทำให้สมาชิกเกิดความไม่ไว้วางใจการบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ว่าอาจจะมีการบริหารงานที่ผิดพลาด ทำให้สหกรณ์เกิดความเสียหาย จึงเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเพื่อขอให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขณะนี้ได้สั่งการไปยังสหกรณ์จ.มุกดาหารเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ในเรื่องของการให้สินเชื่อตามที่ถูกตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ว่า ดำเนินการเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของสหกรณ์หรือไม่ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน1 สัปดาห์ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้ามายังกรมฯ ในทันที และหากตรวจสอบพบว่าการดำเนินการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ เช่น มีการปล่อยกู้ให้กับพรรคพวกของตัวเองหรือปล่อยกู้โดยไม่มีหลักประกัน ปล่อยกู้ไปแล้วลูกหนี้ไม่ชำระตามงวดชำระหนี้ และไม่มีการติดตามทวงถามตามระยะเวลาปล่อยให้กลายเป็นหนี้ค้างชำระ จนต้องมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้ ส่วนกรณีที่มีการให้สินเชื่อไม่เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์หากมีการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำดังกล่าว จะต้องสั่งการให้ระงับยับยั้ง และจะใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์สั่งการให้สหกรณ์แก้ไขปัญหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะตามมาในอนาคต

นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า เข้าใจว่าการปล่อยสินเชื่อให้กับข้าราชการครูในขณะยังรับราชการ วงเงินที่ปล่อยกู้อาจจะสูง แต่เมื่อเกษียณอายุราชการ เงินเดือนลดลงเกือบครึ่ง ทำให้ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้ กลายเป็นหนี้ค้างเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการสหกรณ์จะมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกในวันที่ 13 ม.ค. 2561 นี้ ขณะเดียวกันคณะกรรมการสหกรณ์จะต้องชี้แจงให้ได้ว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ลงไปติดตามกำชับให้ชี้แจงในประเด็นลูกหนี้เงินกู้พิเศษ จำนวน 138,059,533.75 บาท ว่าคือลูกหนี้ประเภทใดถึงมีการผิดนัดชำระหนี้ค้างจำนวนมากขนาดนี้และประเด็นการปล่อยเงินกู้ให้แก่สหกรณ์อื่นด้วย ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการทุจริตของคณะกรรมการสหกรณ์ ฯ นั้น ต้องรอให้สหกรณ์จังหวัดเข้าไปตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินที่ปล่อยกู้ไปแล้ว สมาชิกไม่ชำระหนี้คืนสหกรณ์นั้นมีรายใดที่ผิดปกติบ้าง และตรวจสอบว่าเป็นการอนุมัติเงินกู้ในยุคของคณะกรรมการชุดนี้หรือเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เพราะในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้จะต้องมีเหตุมาจากการค้างชำระหนี้มานานพอสมควร ซึ่งจะต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อน แต่ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีการทุจริตจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 116