อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สั่งตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติกัมพูชาเพิ่มปทุมฯ-นนฯ1มี.ค.นี้

“บิ๊กอู๋”เผย กัมพูชาสั่งตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติเพิ่มที่ปทุมธานี- นนทบุรี เปิดใช้งาน 1มี.ค. พร้อมเพิ่มรถโมบาย-จนท. เร่งพิสูจน์สัญญาติ พุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.24 น.

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน หารือข้อราชการกับ นายอิทธิ์ ซัมเฮง (H.E.ITH SAMHENG) รมว.แรงงานและฝึกอาชีพ แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) นายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานร่วมด้วย

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า  มีการพูดคุยในหลายประเด็น เช่น  สถานการณ์การพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชา การประเมินความสำเร็จในการดำเนินการพิสูจน์สัญชาติภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการการบริหารจัดการเพื่อการทำงานของคนต่างด้าว ความคาดหวังของกระทรวงแรงงาน และการขอความร่วมมือดำเนินการร่วมกันของ 2 ฝ่าย เพื่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานกัมพูชาที่จะได้รับการดูแลคุ้มครองในการทำงานตามมาตรฐานสากลและสร้างรายได้ส่งกลับประเทศ ทั้งนี้กระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพ กัมพูชา ยินดีที่จะเพิ่มชุดโมบายและเจ้าหน้าที่ตามจำนวนที่เหมาะสมกับการขยายเวลาการพิสูจน์สัญชาติออกไปจนถึง 30 มิ.ย.  2561 เพิ่มศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานอีก 2 แห่งที่ จ.ปทุมธานี และ จ. นนทบุรี และย้ายศูนย์ 2 แห่ง จาก จ.สงขลา มาตั้งที่จ.ชลบุรี และจาก กรุงเทพมหานคร มาตั้งที่จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชาทั้งหมดจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในวันที่ 1 มี.ค.  ซึ่งจะมีระยะเวลา 120 วัน ในการดำเนินการ โดยแผนดำเนินการดังกล่าวจะสามารถให้บริการแรงงานได้วันละ 4,000 คน



“แรงงานกัมพูชาที่ต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติ 595,986 คน ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว 197,799 คน เหลือแรงงานที่ต้องดำเนินการพิสูจน์สัญชาติ 398,187 คน ซึ่งการหารือของทั้งสองประเทศในครั้งนี้จะสามารถทำให้เกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ในความร่วมมือสนับสนุนด้านเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ตามจำนวนที่เหมาะสม เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชาทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดและแล้วเสร็จทันเวลาภายใน 30 มิ.ย. 2561 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยที่จะได้รับความคุ้มครองตามหลักกฎหมายไทย สามารถเดินทางเข้าออกประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์และการถูกเอารัดเอาเปรียบต่างๆ ได้อีกด้วย”รมว. แรงงานกล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5