อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 ธันวาคม 2561

ล่อซื้อ "เสือกระต่าย"ขายผ่านเฟซบุ๊กส่งทางรถทัวร์

“เหยี่ยวดง”ล่อซื้อ “เสือกระต่าย”สัตว์ป่าเสี่ยงสูญพันธุ์ อุกอาจขายผ่านเฟซบุ๊กส่งทางรถทัวร์ อ้างออร์เดอร์จากป่าจ.นราธิวาส พบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองอื้อ ด้าน “ปริญญา ผดุงถิ่น”ชี้ไทยพบในรอบ40ปี ยันไม่มีในป่าภาคใต้ พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 16.12 น.


เมื่อวันที่  21 ก.พ. ชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า (ชุดเหยี่ยวดง) กรมอุทยานแห่งชาติ  สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดยนายนุวรรต ลีลาพตะ นายนาวี ช้างภิรมย์ พร้อมด้วยนายจักรพันธุ์ เพื่อนฝูง เจ้าหน้าที่สายตรวจสัตว์ป่า จ.อุตรดิตถ์ นายวาที วีระกิโกศล เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาน้อย - เขาประดู่  นายมงคล คำสุข เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (สบอ.11) พิษณุโลก สพญ.ดุสิตา ชินเจริญดี  เจ้าหน้าที่ สปป.3 (ภาคเหนือ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พญาแมน สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้าน หมู่ 7 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตามที่ได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อคืนวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา  โดยมีนางสำราญ วิริยะวงษ์และนายวีระชาติ วิริยะวงษ์ เป็นผู้นำค้น ได้พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด



สืบเนื่องจากนายวีระชาติ ได้ประกาศขายสัตว์ป่าทางออนไลน์ โดยขายสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงจึงได้สืบค้นรายละเอียด จนทราบข้อมูลชัดเจนแล้ว จึงได้วางแผนล่อซื้อเสือกระต่ายหรือแมวป่า จำนวน 2 ตัว นัดส่งมอบของกันที่ กทม.   โดยได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเดินทางเข้าตรวจค้นบ้านพักดังกล่าวข้างต้นที่จ.อุตรดิตถ์  จนสามารถควบคุมตัวนางสำราญ และนายวีระชาติ ได้พร้อมสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกแก้วหัวแพร 8 ตัว นกกวัก 1 ตัว นกตีนเทียน 1 ตัว นกขุนทอง 1 ตัว นกคุ้มสี 4 ตัว เป็ดลาย 7 ตัว เป็ดแดง 7 ตัว เหยี่ยวขาว 1 ตัว ลูกนกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง 2 ตัว และลูกนกแก้วหัวแพร 17 ตัว รวม 9 ชนิด จำนวน 49 ตัว มูลค่าประมาณ 34,200 บาท ไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ พญาแมนดำเนินคดีในข้อหาค้าและมีไว้ในครอบครองเพื่อการค้าต่อไป ส่วนของกลางมอบให้ สบอ.11 เป็นผู้ดูแลรักษา



ขณะที่ทาง กทม. เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดงได้ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (บก.ปทส.) อายัดเสือกระต่ายจำนวน 2 ตัวที่นายวีระชาติได้จัดส่งมา พร้อมคนขับรถทัวร์ที่บรรทุกเสือกระต่ายไปส่งยังจุดนัดหมายย่าน ถ.วิภาวดี ซ.17 เพื่อตรวจสอบยืนยันชนิดพันธุ์ ใช้ดำเนินคดีแก่นายวีระชาติและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้เสือกระต่ายทั้ง 2 ตัว นายวีระชาติอ้างว่าสั่งมาจากป่าในพื้นที่ จ.นราธิวาส ขายราคาตัวละ 4 หมื่นบาท แต่ทางด้านสัตวแพทย์กรมอุทยานฯ ยืนยันว่าเสือกระต่ายไม่ได้มีถิ่นอาศัยในพื้นที่ป่าทางภาคใต้



ด้านนายปริญญา ผดุงถิ่น ช่างภาพอิสระและนักอนุรักษ์ เปิดเผยว่า ประชากรเสือกระต่ายในเมืองไทยนั้นยังไม่ชัดเจน  แต่เป็นสัตว์ป่าที่หายากมาก   ซึ่งนักวิจัยสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยหลวงเชียงดาว กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว และตนบันทึกภาพได้เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาพบทั้งตัวผู้และตัวเมีย และอธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงข่าวว่าเมืองไทยพบเสือกระต่ายในรอบ 40 ปี และมีการจัดตั้งหน่วยลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อดูแลให้เข้มข้นมากขึ้น

“ทราบเรื่องนี้แล้วรู้สึกใจคอไม่ดี การที่ผู้ค้าสัตว์ป่าอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่านำมาจากพื้นที่ป่าใน จ.นราธิวาสนั้น ไม่น่าจะใช่ พื้นที่ภาคใต้ไม่มีเสือกระต่ายแน่นอน  เพราะเสือกระต่ายอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเต็งรังเท่านั้น โดยคาดว่าเมืองไทยน่าจะมีกระจายในพื้นที่ป่าภาคเหนือ ตั้งแต่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานีขึ้นไป และเคยพบที่ จ.เพชรบุรีเท่านั้น ประเทศไทยเป็นพื้นที่ล่างสุดในกระจายพันธุ์ของสัตว์ป่าชนิดนี้  ในประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา พม่าก็หายากยิ่งกว่าในไทย โดยพบมากในแถบประเทศอินเดีย และตะวันออกกลางลงมา ” นายปริญญา กล่าว



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้แถลงข่าวเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ถึงเรื่องน่ายินดีที่นักวิจัยกรมอุทยานฯ  พบเสือกระต่ายหรือแมวป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย  ซึ่งไม่มีรายงานการพบในประเทศไทยมากว่า 40 ปี และสามารถยืนยันได้ว่าเสือกระต่ายไม่ได้หมดไปจากประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2519 ในรายงานสัตว์ป่าเมืองไทยของ นพ.บุญส่ง เลขะกุล ผู้บุกเบิกงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของไทยว่าเสือกระต่าย หรือแมวป่านั้น กระจายพันธุ์ในป่าผลัดใบตั้งแต่พื้นที่ภาคกลางขึ้นไปทางตอนเหนือ แต่หลังจากนั้นไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีใครเจอสัตว์ชนิดนี้อีกจนกระทั่งพบที่ป่าอมก๋อย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.26K