อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

ผุด"โรงงานในเรือนจำ"พัฒนาฝีมือผู้ต้องขังก่อน-หลังพ้นโทษ

“บิ๊กอู๋”ผุด“โรงงานในเรือนจำ” พัฒนาฝีมือผู้ต้องขังก่อน-หลังพ้นโทษ  ดันแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน  ตั้งเป้า  37,000 คน พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 16.59 น.

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ที่ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการส่งเสริมการมีงานทำโครงการ “โรงงานในเรือนจำ” สร้างอาชีพ สร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมคนดีสู่สังคม  โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.)  ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและนายจ้าง หรือสถานประกอบการ ร่วมประชุมด้วย



โดย พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ 346,470 คน บางส่วนเป็นกำลังแรงงานและมีศักยภาพในการทำงาน กระทรวงแรงงานเห็นความสำคัญจึงได้จัดโครงการ “โรงงานในเรือนจำ” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ปรับปรุงและพัฒนาตนเอง เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ และส่งเสริมคนดีสู่สังคม และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป โดยที่ประชุมในวันนี้ได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้ต้องขัง เช่น การนำชิ้นงานเข้าไปทำในเรือนจำ การส่งผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์กำหนดเข้าฝึกทักษะในสถานประกอบการ การส่งเสริมการมีงานทำหลังพ้นโทษ อย่างไรก็ตามจะช่วยให้ผู้ต้องขังมีทักษะฝีมือแรงงาน พร้อมจะทำงานได้ภายหลังพ้นโทษ ส่งเสริมให้มีรายได้เพื่อใช้เป็นเงินทุนนำไปประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสถานประกอบการบางสาขาอาชีพ 



“เป้าหมายให้ผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการ 37,000 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ  1. ดำเนินการก่อนพ้นโทษ ช่วงที่ 1 ฝึกทักษะและฝึกอาชีพ จำนวน 27,000 คน ช่วงที่ 2 เตรียมความพร้อมก่อนพ้นโทษ จำนวน 10,000 คน และ2.การดำเนินการหลังพ้นโทษ แบ่งเป็นกลุ่มผู้พ้นโทษ 2 ประเภท คือ ผู้พ้นโทษที่ต้องการทำงานในสถานประกอบการ และผู้พ้นโทษที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งโครงการนี้ เป็นความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ ระหว่างกระทรวงแรงงาน โดยกกจ. กพร.กับกระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายจ้างสถานประกอบการ โดยกำหนดให้มีการลงนาม MOU ร่วมกันทุกหน่วยงานต่อไป”รมว. แรงงาน กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9