อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

"อนุสรี"คว้ารางวัล "ต้นธรรม" เชื่อผลจากการทำงานเพื่อสังคม

“อนุสรี” คว้ารางวัล “ต้นธรรม” ปีแรก ชี้ เป็นผลพวงจากการทำงานเพื่อสังคมต่อเนื่อง ลั่น “ความเป็นหญิง” ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือจุดแข็งเข้าถึงคนง่าย เดินหน้า โครงการหางานให้คนทำงานที่บ้าน สกัดปัญหาครอบครังพลัดพรากหนีเข้าเมืองใหญ่ อาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2561 เวลา 12.18 น.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน กล่าวถึงการรับรางวัล “ต้นธรรม” ว่า มูลนิธิจิตโสภณภาวนาได้มีการพิจารณาคัดเลือกให้ตนเป็นผู้ได้รับรางวัล “ต้นธรรม” บุคคลผู้มีคุณธรรมต้นแบบแห่งปี ครั้งที่ 1 สาขาผู้ทำประโยชน์เพื่อสังคมมและประเทศชาติ โดยมีนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้น นยังมีบุคลที่เป็นต้นแบบให้กับสังคมด้านอื่นมารับรางวัลด้วย อาทิ คุณมุกดา เอื้อวัฒนะสกุล จากกลุ่มเซนทรัล คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ คุณสมบัติ เมทะนี คุณเศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ เป็นต้น ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่าที่มีโอกาสได้รับรางวัลดังกล่าวเพราะมีการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ที่ทำงานเป็นเลขาฯผู้ว่ากทม.จนมาทำงานที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส ผู้พิการ แล้วเมื่อมาทำงานที่กระทรวงแรงงานก็ยังทำต่อเนื่อง เช่น โครงการยุวแรงงาน มีการจัดหางานให้นักเรียน นักศึกษามาฝึกงานกับบริษัทต่างๆ เพื่อให้มีรายได้ช่วงปิดเทอม แทนการไปมั่วสุมทำกิจจกรรมอื่นๆ ซึ่งนอกจากมีรายได้แล้วยังเป็นการเสริมทักษะ นอกจากนี้ยังได้หารือบริษัทต่างๆ ด้วยว่าเด็กๆ เหล่านี้เขาคือสมาชิกของบริษัท ดังนั้นเมื่อเด็กจบการศึกษาแล้วหากมีโอกาสก็ขอให้พิจารณาเรื่องการทำงานของเด็กเหล่านี้เป็นลำดับต้นๆ เสมือนเป็นเครือข่ายที่วางอนาคตสำหรับเด็กๆ ไม่ต้องตกงาน ทางคณะกรรมการจึงน่าจะพิจารณาว่าตนมีการทำงานทางด้านนนี้มาอย่างต่อเนื่อง เลยอยากจะมอบรางวัลให้เป็นกำลังใจเพื่อการทำดีต่อไป โดยรางวัลนี้เป็นรางวัลที่ 2 ของปีนี้ แต่เราไม่ได้คิดว่าต้องทำงานเพื่อสะสมรางวัล แต่อยากทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติจริงๆ ส่วนการให้รางวัลมาก็เหมือเป็นกำลังใจ แต่เราตั้งใจทำงานอยู่แล้ว



น.ส.อนุสรี กล่าวอีกว่า จากนี้ในการทำงานให้กับกระทรวงแรงงานนั้นอยากจะมุ่งเรื่องการฝึกอาชีพของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ว่าวันนี้เรายังมีผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่มีงานทำ เลยอยากหาทางเอางานเข้าไปให้เขา ส่วนตัวอยากให้เขาทำงานที่บ้าน ไม่ต้องเข้ามาในเมืองใหญ่ แล้วต้องทิ้งครอบครัวไปจนเกิดปัญหาครอบครัว เรื่องนี้อยากจะทำกับภาคเอกชน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปที่จ.บุรีรัมย์ พยายามจับคู่บริษัทใหญ่ๆ เอางานไปให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ที่เราอยากเห็นว่าเกิดขึ้นจริงในหลายๆ พื้นที่ จึงอยากเน้นการทำงานแบบนี้ แต่อาจจะต้องมีการฝึกอบรมทักษะการทำงานให้สอดคล้องกับงานของบริษัทด้วย ซึ่งคิดว่าแนวโน้มคิดว่าดีขึ้นและกำลังจะขยายต่อไป
 
“ความเป็นผู้หญิงของเราไม่ใช่ปัญหาในการทำงานต่างๆ เลย แต่ความเป็นผู้หญิงกลับเป็นจุดแข็งด้วยซ้ำ เพราะกรณีที่เราต้องไปหาคนทำงานที่บ้าน อย่าลืมว่าผู้หญิงตามต่างจังหวัด เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน เราเองเป็นผู้หญิงจะเข้าถึงชาวบ้านได้ดีด้วย เรื่องงานผู้หญิง ผู้ชายทำงานเท่าเทียมกัน ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่อุปสรรคเลย” น.ส.อนุสรี กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น