อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ฉลามขาว"แจ้งความบ.ยาแก้ปวดรุกพื้นที่ป่าชายเลนเกาะลันตา 

“ฉลามขาว”แจ้งความดำเนินคดีบริษัทยาแก้ปวดชื่อดังบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเกาะลันตากว่า 55 ไร่ ฐานบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ-บุกรุกซ้ำพื้นที่ดำเนินคดี พร้อมสอบเพิ่ม นส.3 ก บวมอีก 4 แปลง เกือบ100ไร่ พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.29 น.

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าชายเลน นำโดยนายรัชชัย พรพา ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปรามฯในฐานะชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว พร้อม พ.อ.ฐากูร ยุทธภูมิภูวดล ผู้แทน กอ.รมน.จ.กระบี่ ร.ต.มาโนช มีสวัสดิ์ ฝยก.ส่วนประสานงาน กกล.รส.จว.ก.บ. พร้อมเจ้าหน้าที่ปกครอง ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายที่บ้านหลังสอด หมู่ที่ 1 ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งเป็นที่ดิน ที่มีการครอบครอง ทำประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฏหมายและบุกรุกซ้ำในพื้นที่ที่มีการดำเนินคดีไปแล้วโดยเด็ดขาด เมื่อไปถึง พบพื้นที่นที่ราบขนาดใหญ่ และมีการทำรั้วคอนกรีตอย่างดีล้อมพื้นที่ทั้งหมด ยกเว้นบริเวณด้านหลัง ซึ่งติดกับทะเลอันดามัน ขณะที่บริเวณด้านหน้าทางเข้ามีการปิดประตูพร้อมกับเอาโซ่เหล็กพร้อมกุญแจมาคล้องเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า เจ้าหน้าที่ จึงต้องมุดลอดรั้วเข้าไปเพื่อตรวจสอบทีละคน พบพื้นที่มากกว่า 100 ไร่ มีการปรับสภาพโดยการถมดินเป็นบริเวณกว้าง มีการทำรั้วกำแพงคอนกรีตกั้นแสดงขอบเขตพื้นที่เกือบทุกด้านของแปลงที่ดิน และมีสิ่งปลูกสร้าง เป็นที่พักลักษณะเป็นบ้านก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้อง จำนวน 1 หลัง และที่พักสภาพชั่วคราว ลักษณะโครงไม้ หลังคามุงสังกะสี ฝากั้นด้วยไม้อัด จำนวน 1 หลัง ขณะตรวจสอบ ไม่พบใครอยู่ในที่พัก และบริเวณใกล้เคียง จากการสังเกตสภาพโดยทั่วไป คาดว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ได้มีการดำเนินการปรับพื้เนที่ถมดินมาระยะหนึ่งแล้ว



จากนั้น นายรัชชัย จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัดพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดิน เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย พบพื้นที่บางส่วนมีการถมดินทับร่องน้ำใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น นายรัชชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นของ บริษัทเอกชนที่ผลิตยาแก้ปวดยี่ห้อหนึ่ง อ้างสิทธิครอบครองกว่า 152 ไร่ แบ่งเป็น นส.3 ก. 6 แปลง ถูกกรมที่ดิน เพิกถอนไปแล้ว 2 แปลง คือ นส.3ก เลขที่ 768 เนื้อที่ 31 ไร่เศษ มีคำสั่งเพิกถอนเมื่อวันที่ 18 ต.ค.2558 แปลงที่ 2 นส.3 ก เลขที่ 781 เนื้อที่ 24 ไร่เศษ มีคำสั่งเพิกถอนเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2556 ทั้ง 2 แปลง ถูกเพิกถอน ข้อหาออกโฉนด โดยมิชอบด้วยกฏหมาย เพราะพื้นที่ดังกล่าวบุกรุกป่าชายเลนและอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าหลังสอด และป่าควนบากันเกาะ แต่บริษัทดังกล่าวยังไม่ยอมออกจากพื้นที่และมีการทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าว มีการถมที่ดิน และมีการล้อมรั้วกำแพงซิเมนต์ ถือว่าเป็นการบุกรุกซ้ำในพื้นที่ที่มีการดำเนินคดีไปแล้วโดยเด็ดขาด ดังนั้น ทช.จะจับกุมดำเนินคดีอาญาใน 2 แปลงนี้ กับบริษํทดังกล่าวจากนั้นจะฟ้องร้องในคดีแพ่งด้วย



หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กล่าวต่อว่า ส่วนที่ดินอีก 4 แปลงที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ประกอบด้วย นส.3ก เลขที่ 783 เนื้อที่ 28 ไร่เศษ นส3ก.เลขที่ 782 เนื้อที่ 27 ไร่เศษ นส3ก.เลขที่ 767 เนื้อที่ 20 ไร่เศษ และ นส3ก เลขที่ 789 เนื้อที่ 19 ไร่เศษ จะมอบให้กรมที่ดิน ดำเนินการตรวจสอบ เพราะที่ดินทั้ง 4 แปลง อาจจะได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย เนื่องจากแต่เดิม ก่อนที่จะเป็น นส.3 ก เป็น สค.1 มาก่อน ระบุเนื้อที่ทำประโยชน์ แปลงละ 1-3 ไร่ เท่านั้น แต่ทำไมที่ดินถึงบวมเป็น 20-30 ไร่ได้ โดยกรมที่ดินจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน ดำเนินการ หากพบว่ามีความผิดก็จะมีการเพิกถอน ดำเนินคดีอาญา และทางแพ่งต่อไป ทั้งนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช.ได้ให้ความสำคัญกับการเข้าควบคุมพื้นที่ป่าชายเลนอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรือบุกรุกซ้ำ ในพื้นที่ ที่มีการดำเนินคดีไปแล้วโดยเด็ดขาด ซึ่งหากตรวจพบในพื้นที่ใดก็จะบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด



เมื่อถามว่าบริษัท นี้เป็นของใคร และที่ดินแปลงนี้จะนำมาใช้ประโยชน์อะไร นายรัชชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า บริษัทดังกล่าวเป็นของใคร แต่มีนอมินีมารับสมอ้าง ว่าเป็นเจ้าของ และจะประกอบธุรกิจทำโรงแรม ที่ผ่านมาทช.เคยเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว และก็จะมีเจ้าหน้าที่ของบริษํทดังกล่าวมาร่วมตรวจสอบด้วยทุกครั้ง ซึ่งก็รู้ว่าพื้นที่นี้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ และถูกเพิกเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว แต่ก็ยังฝืนครอบครองและทำประโยชน์โดยมิชอบต่อ แล้วยังมีนายทหารมาเคลียร์ ทั้งนี้ตนก็ต้องทำตามกฏหมายโดยเท่าเทียมกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัทดังกล่าวคนในพื้นที่เกาะลันตารับรู้กันว่าเป็นของบริษัทผลิตและจำหน่ายยาแก้ปวดชื่อดังของประเทศไทย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 11