อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

อุทยานฯขู่ช่วงปิดฟื้นฟูอ่าวมาหยาฝ่าฝืนเจอปรับ

อุทยานฯลงสำรวจพื้นที่เตรียมฟื้นฟูอ่าวมาหยา ชี้ไม่เร่งแก้ปัญหากระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย ช่วงปิดฟื้นฟู 4 เดือนฝ่าฝืนเจอปรับ 1,000 บาท ผู้ประกอบการโวยนักท่องเที่ยวเข้าใจผิดปิดยกเกาะพีพี พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.52 น.

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ นายสุพจน์ เพริดพริ้ง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช)  นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอ่าวมาหยา จ.กระบี่ เพื่อตรวจสอบพื้นที่และพิจารณาการแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการท่องเที่ยวใบริเวณอ่าวมาหยา

โดยนายจงคล้าย กล่าวว่า เนื่องจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะดำเนินการประกาศปิดอ่าวมาหยาในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและใต้ทะเลในช่วงฤดูมรสุม เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. นี้ ซึ่งเป็นมติจากที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการจัดการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากทรัพยากรแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยา ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ กิจกรรมการดำน้ำตื้น การทิ้งสมอเรือ การเข้า-ออกของเรือสปีดโบ้ทและเรือหางยาวเพื่อรับส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละวันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3,000-4,000 คน หากไม่ดำเนินการแก้ปัญหาก็จะเป็นภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยวอุทยานฯทางทะเลของประเทศไทย



นายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า พื้นที่บนอ่าวมาหยามีเพียง 18 ไร่ จึงไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากเช่นนี้ได้อีกต่อไก ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้เตรียมแผนในการฟื้นฟูโดยได้นำทีมวิศวกรและสถาปนิกลงพื้นที่เพื่อออกแบบสะพานท่าเทียบเรือ บริเวณอ่าวโล๊ะซามะ และทางเดินศึกษาธรรมชาติยกระดับจากพื้นดินมายังบริเวณหน้าหาดให้เหมาะสมและกลมกลืนกับสภาพพื้นที่ และให้ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมทั้งจัดทำแปลงฟื้นฟูปะการัง โดยพิจารณาใช้วิธีการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ คาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมด 80 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงปิดการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูอ่าวมาหยา 4 เดือน ห้ามเรือท่องเที่ยวเขาไปภายในบริเวณหน้าหาดเกินกว่าบริเวณทุ่นไข่ปลาที่กำหนดไว้เด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000 บาท โดยหลังเปิดการท่องเที่ยวจะมีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกินวันละ 2,000 คนต่อวัน โดยให้เข้าพื้นที่เป็นรอบๆ ละไม่เกิน 150-180 คน พร้อมทั้งเร่งจะพัฒนาระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ให้ทันใช้ในช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวในวันที่ 1 ต.ค. 2561 นี้ นำร่องใน 3 พื้นที่ คือ อ่าวมาหยา อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานฯ อ่าวพังงา และอุทยานฯสิมิลัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ทั้งนี้ระหว่างนายจงคล้าย พร้อมคณะนำคณะสื่อมวลชนเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างบริเวณหน้าชายหาดไปยังอ่าวโล๊ะซามะ ที่จะเป็นสถานที่ที่จะก่อสร้างท่าเทียบเรือ ได้มีกลุ่มพิทักษ์พีพี นำโดยนายวุฒิศักดิ์ ทองเกิด ตัวแทนกลุ่มนำรายชื่อผู้ประกอบการท่อเงทีายวและชาวบ้านกว่า 700 รายชื่อ มายื่นหนังสือกับนายจงคล้ายถึงกรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าจะมีการปิดเกาะพีพี ทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยว โดยนายจงคล้าย อธิบายว่า ไม่ได้มีการปิดเกาะพีพีที่มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 15 จุด แต่กรมอุทยานฯ ได้สั่งปิดแค่อ่าวมาหยาเท่านั้น เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเป็นระยะเวลา 4 เดือน ทั่งนี้กลุ่มพิทักษ์พีพี และชาวบ้านได้ช่วยกันฟื้นฟูดูแล และกระจายข่าวว่าปิดเพียงอ่าวมาหยา แต่ที่เหลืออีก 14 จุดแหล่งท่องเที่ยวก็ยังสามารถท่องเที่ยวได้เช่นเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณอ่าวมาหยายังคงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากแม้จะไม่ใช่ช่วงวันหยุด จนเบียดเสียดกันอยู่บริเวณหน้าหาด รวมทั้งมีเรือวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวส่งเสียงดังอึกทึกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯได้ถึงวันละกว่า 1.8 ล้าน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 13