อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ไพบูลย์'ขู่กลุ่มปกป้องพระ ไปหนุนคนทำผิดชีวิตเปลี่ยน

ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนฯ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" จวกกลุ่มปกป้องพระผู้ใหญ่ ช่วยหูตาสว่าง อย่าหนุนคนผิดเพราะชีวิตอาจเปลี่ยน โดนข้อหาสนับสนุนผู้กระทำผิดได้ พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 เวลา 19.30 น.


เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ได้กล่าวถึง กรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้ตรวจพบการทุจริตเกิดขึ้นในวัดใหญ่แห่งหนึ่งภายในพื้นที่ กทม. และมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีการนำเงินดังกล่าวไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ทางสำนักพุทธฯกำหนด จึงได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินกระทั่งพบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดดังกล่าวได้มีการโอนเงินงบประมาณที่ทางวัดได้รับมาจากทางสำนักพุทธฯ จำนวน 25 ล้านบาทจาก 30 ล้านบาท ไปให้กับ หญิงสาวรายหนึ่ง...ที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ จนนำไปสู่การเข้าทำการตรวจค้นดังกล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธกลุ่มหนึ่ง และอดีตข้าราชการระดับสูง ออกมาปกป้อง ทั้งยังพยายามกดดัน แทรกแซง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฎแล้วว่า พระชั้นผู้ใหญ่ได้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน (ปีละ 60 ล้านบาท) โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็ดสั่งจ่ายคืนให้กับตนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว ซึ่งล่าสุดทราบว่า พระชั้นผู้ใหญ่รายนี้ยังอยู่ในต่างประเทศ

"ขอให้ทั้งกลุ่มชาวพุทธและอดีตข้าราชการระดับสูง ที่ออกมารับรองความบริสุทธิ์ของพระชั้นผู้ใหญ่ ได้หูตาสว่างขึ้น เพราะการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่ทุจริตเงินหลวงนั้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือ พระชั้นผู้ใหญ่ก็ตาม ซึ่งการทำหน้าที่ดังกล่าว ระชาชนทั้งประเทศเขาสนับสนุนกันทั้งประเทศ ดังนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าว ควรหยุดการเคลื่อนไหวในทางที่ไม่ถูกไม่ต้อง เพราะอาจจะกลายเป็นเข้าข่ายสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดทุจริตเงินหลวง อาศัยพระพุทธศาสนามาแสวงหาประโยชน์เข้าตน โดยไม่ชอบด้วยทั้งพระธรรมวินัยและกฏหมาย.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5