อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563

'บิ๊กตู่'มึน! บอกกทม.อากาศเป็นพิษเพราะมีการชุมนุม

นายกฯ ลงพื้นที่ราชบุรีร่วมปลูกต้นไม้ วันต้นไม้ของชาติประจำปี 61 ย้ำ ร.10 ทรงคาดหวังให้บ้านเมืองสงบสุข ระบุกทม.อากาศเป็นพิษเพราะมีการชุมนุม ย้ำเลือกตั้งให้ใจเย็นๆ พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 11.00 น.

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พง.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อไปเป็นประธานในโครงการประชารัฐร่วมใจปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินปีพ.ศ. 2561 พร้อมเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตแสดงโครงการป่าชุมชน รวมทั้งมอบต้นกล้ายางนาแก้ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด 



โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า วันนี้ตื่นมารู้สึกงงๆ มึนๆ จึงมาวิเคราะห์ว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ เพราะปกติจะรู้สึกสดชื่น แต่คงเป็นเพราะอยู่กรุงเทพฯ อากาศเสีย เมื่อมาที่ธรรมชาติสวยงาม ร่างกายก็ไม่สบายเพราะชินกับของเสีย ซึ่งอยากให้ กทม.เป็นแบบนี้ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าความเท่าเทียมคือเท่าเทียมของโอกาศ ไม่มีผู้มีอิทธิพลรังแกคนจน ซึ่งรัฐบาลจะต้องดูแลส่วนนี้เพื่อความเท่าเทียม และย้ำว่ามีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน เมื่อรัฐบาลพูดก็ต้องคิดไตร่ตรองด้วย และต้องคำนึงถึงคนอื่นในพื้นที่อื่นๆ ด้วย และต้องรักและสามัคคีกันมากขึ้น เพราะเป็นบ่อเกิดความสำเร็จ เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนไม่ล่มสลายย่อยยับลงไป รัฐบาลจึงจำเป็นต้องบริหารตามหลักการ โดยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปเป็นกรอบ ที่จะมีเรื่องงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าการบริหารราชการแผ่นดินถ้าไม่ใช่กฎหมายก็เกิดปัญหา ซึ่งหลายอย่างก็เกิดขึ้นให้เห็นแล้วว่าเป็นภาระของประเทศขนาดไหน แต่ตนไม่ได้โทษใคร และแม้ตัวเลขจีดีพีจะสูงขึ้นแต่รัฐบาลไม่ได้พอใจหรือดีใจจนไม่ทำอะไรเลย เพราะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยจะเร่งหารายได้อื่นๆ โดยต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น บังคับมากไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลใดก็บังคับไม่ได้เพราะอยู่ในกลไกการค้าโลก ต้องเข้าใจกลไกเหล่านี้ ถ้าไม่เข้าใจก็จะถูกบิดเบือนไปจนมีปัญหา



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อต้องการอะไรก็เรียกร้องให้ใช้ ม.44 เมื่อไม่ต้องการก็โทษมาตรา 44 แต่ ม.44 ไม่ได้ใช่ทุกเรื่อง การใช้ต้องไม่ฝืนกฎหมาย เพราะวันหน้าต้องมีประชาธิปไตย และไปสู่การเลือกตั้ง จึงอยากบอกประชาชนว่าการประท้วงต่างๆ ล้วนมีผล หากมีการชุมนุม ประท้วง ขัดแย้งวุ่นวายกันตอนนี้ สิ่งต่างๆล้มทันที และหลายเรื่องยังเป็นคดีในศาลอย่าให้ใครบิดเบือน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่บ้านเมืองไม่สงบ มีการประท้วง มีการเคลื่อนย้ายคนไปมา จะมีปัญหาโดยเฉพาะด้านการลงทุน และการท่องเที่ยวด้วย เพราะ 3 ปีที่ผ่านมามีการลงทุนไปแล้วจำนวนมาก จึงต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาตรงนี้อีกเด็ดขาด อย่าคิดว่าบ้านเราเป็นของเรา 



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้พูดมากปวดหัว พูดทุกวันแต่อากาศดี มีออกซิเจนเข้าปอด แต่เมื่อวานออกซิเจนน้อย เพราะมีชุมนุม คนเยอะอากาศเป็นพิษ แต่ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่ลุกลามบานปลาย เพราะประชาชนทุกคนเข้าใจ และรัฐบาลก็ได้ประกาศไปแล้ว  แต่เมื่อขออนุญาตแล้วก็อยู่ที่เดียว ขอยืนยันว่ารัฐบาลและคสช.ไม่เป็นศัตรูกับใคร ใครเป็นศัตรูกับตนไม่ทราบ แต่เป็นศัตรูกับกฎหมายไม่ได้ ทั้งนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะทหาร ตำรวจที่แก้ปัญหาอย่างสันติ ไม่มีการตีหรือยิงกัน และย้ำว่ารัฐบาลไม่อยากให้บานปลาย เพราะต่างประเทศจับตาดูอยู่ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยและรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล แม้ตนจะพูดเพราะไม่เป็น แต่หัวใจคิดถึงทุกคน ทุกศาสนาในประเทศไทย ที่อยู่อย่างสันติมาโดยตลอดภายใต้ร่มพระบารมีของราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์มาจนถึงวันนี้รัชกาลที่ 10 โดยรัชกาลนี้ต้องเป็นรัชกาลที่บ้านเมืองสงบ ปลอดภัย ประชาชนมีชีวติความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นสิ่งทีาฝ่รัฐบาลน้อมนำพระราโชบายมาปฏิบัติทุกเรื่อง เพราะพระองค์ทรงคาดหวังว่าประเทศของเราต้องดีขึ้น สงบสุขยิ่งขึ้นอย่างสันติ มีการปฏิรูปและทำทุกอย่างให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน



"การเลือกตั้งขอให้ใจเย็นๆ เป็นไปตามโรดแม็พ ตนขี้เกียจพูดอีกแล้ว อย่างไรก็ตามส่วนตัวเป็นคนจริงจัง แต่เป็นคนตลกก็ได้ แม้จะโมโหบ้าง เพราะต้องการแก้ปัญหา ซึ่งหากอยากให้รัฐบาลยิ้มเฉยๆให้รอรัฐบาลต่อไป แต่ตนเองนั้นจะยิ้มสู้ อย่างไรก็ตามยืนยันวันนี้ข้าราชการเกียร์ว่างไม่ได้อยู่แล้ว"นายกฯกล่าว



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงวันต้นไม้ประจำปีของชาติตอนหนึ่งว่า การปลูกต้นไม้ที่สำคัญคือการดูแลหลังการปลูกให้ต้นไม้เจริญเติบโต ปลูกแล้วต้องคอยติดตามประเมินผลไม่ให้ต้นไม้ตาย ซึ่งการปลูกต้นไม้ทุกคนสามารถปลูกได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอโครงการและรอการสนับสนุนงบประมาณในการซื้อกล้าไม้จากหน่วยงานภาครัฐ ขอให้ปลูกต้นไม้ที่ชื่นชอบ รวมทั้งขอให้ช่วยกันปลูกไม้ดอกที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสวยงามตามสถานที่ต่าง ๆ อันจะก่อให้เกิดการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ตามมา และป่าไม้คือชีวิตของคน ของสัตว์ป่า และธรรมชาติ เมื่อป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์จะส่งผลต่ออากาศที่บริสุทธิ์ ก่อให้เกิดต้นน้ำลำธาร พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีต้องการให้กรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ ๆ มีอากาศที่บริสุทธิ์เหมือนต่างจังหวัดด้วย 



จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับประชาชนที่เข้าร่วมเปิดโครงการ พร้อมกับทำมือส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยู และแวะทักทายกับ ชิซูกะและโนบิตะ ลูกลิงอุรังอุตัง ซึ่งเป็นของกลางที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล่อซื้อจากผู้กระทำความผิด และกำลังประสานส่งกลับไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยนายกรัฐมนตรี ได้อุ้มชิซูกะ แล้วก็หยอกล้อทักทายอย่างเป็นกันเอง



จากนั้นได้ขึ้นรถรางเพื่อเยี่ยมชมโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ปลานิล และปลายี่สก ที่อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้มพร้อมกล่าวว่า อย่าทะเลาะกันอยู่กันดีๆ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้เยี่ยมชมพลับพลาที่ประทับ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อ พ.ศ. 2555 และชมต้นประดู่ที่ทรงปลูก โดยได้เรียกรองนายกรัฐมนตรีและคณะมาถ่ายรูปพร้อมกล่าวว่า ได้ยินเพลงต้นไม้ของพ่อแล้วขนลุก สิ่งที่ท่านทำ ต้นไม้ที่ท่านปลูก 



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งระหว่างการเยี่ยมชมที่อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม นายกรัฐมนตรีเห็นผู้สื่อข่าววิ่งตาม จึงหันมาพูดว่า "พวกนี้ไม่เหนื่อยกันหรือไง ไม่พักผ่อนกันหรอ เมื่อวานก็เห็นไปอยู่กลุ่มม็อบ ขอโทษนะ ที่มันสั้นไปหน่อย เลยไม่ได้ทำข่าวหลายวัน"



อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะมีชาวบ้านขอถ่ายภาพเซลฟี่ซึ่งนายกฯ ปฏิเสธ โดยบอกว่าขอไม่ให้ถ่ายเดี่ยว ถ้าจะถ่ายให้ถ่ายเป็นภาพหมู่ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอไว้ เพราะถ้าถ่ายกันคนหนึ่งจะเกิดความวุ่นวายขอถ่ายกันหลายคน ซึ่งนายกฯ บอกกับชาวบ้านด้วยว่าให้เราเดินไปด้วยกัน โดยชาวบ้านก็บอกว่าเราจะเดินไปด้วยกัน ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจนายกฯ ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    20%
  • ไม่เห็นด้วย
    80%

บอกต่อ : 14