อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

"อดุลย์"สั่งลุยหาข้อสรุปจ้างงานวัยเก๋าคิกออฟ6ก.ค.นี้

“อดุลย์” สั่งลุย หาข้อสรุปการจ้างงานวัยเก๋า พร้อมอัตราค่าจ้าง ให้เสร็จก่อนคิกออฟ 6 ก.ค.นี้ ด้านนายจ้างจี้ปรับกฎหมายเอื้อผู้ประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุ พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 12.43 น.

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่กระทรวงแรงงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน กล่าวในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรม “สานพลังประชารัฐ สร้างงาน สร้างอาชีพ รองรับสังคมผู้สูงวัย” ว่าเรื่องของผู้สูงอายุจะกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการบ่อยเรื่องการดูแลผู้สูงอายุทั้งเรื่องการทำงาน ที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งอีก 3 ปีประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ คือมีจำนวนผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2574 โดยมีผู้สูงอายุร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ขณะที่อัตราการเกิดลดลง และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบอร์ดค่าจ้างเร่งกำหนดงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ และอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง ให้เสร็จภายใน ก.ค.นี้  เพราะกระทรวงมีแผนคิกออฟส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา และให้เร่งปรับปรุงระเบียบ กฎหมายที่เป็นอุปสรรคให้เอื้อต่อการทำงานของผู้สูงอายุต่อไป

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่าจากการสำรวจการประกอบอาชีพของผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ปี 2560 พบว่าส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ร้อยละ 56.5 งานบริการ ขายสินค้าร้อยละ 19.6 งานฝีมือ ร้อยละ 8.6 และงานอื่นๆ ร้อยละ 7.2 และเมื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของประเภทงานสำหรับผู้สูงอายุคือ หากเป็นงานที่มีนายจ้างจะเป็นงานประเภทบริการพื้นฐานอุตสาหกรรม ขายส่ง ขายปลีก งานโรงแรม ส่วนงานที่ไม่มีนายจ้างหรืองานอิสระคืองานถ่ายทอดภูมิปัญญา อาทิ การเป็นที่ปรึกษา วิทยากร นักวิชาการ นักกฎหมาย นักบริหาร การบริการชุมชน ส่วนระยะเวลาการทำงานจะต้องนับเป็นรายชั่วโมง เช่น 3-4 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ทางกรมฯ ได้สำรวจผู้สูงอายุต้องการทำงาน 1.5 หมื่นคน แต่ว่าทางกรมฯ มีแผนส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ 1.7 พันคน ฝึกเป็นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ 860 คน  และในจำนวน 860 คนนี้จะฝึกเป็นวิทยากรระดับตำบล 150 คน เป็น 1 ตำบล หนึ่งคน




นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า การดูแลผู้สูงอายุที่ทำงานแบ่งเป็น 2 ส่วนคือคนที่ทำงานแบบมีนายจ้าง ปกติเวลาเกษียณอายุการทำงานที่ 60 ปีแล้วจะได้รับเงินบำนาญแล้วจบ ซึ่งตอนนี้บอร์ดสปส.พิจารณาแล้วว่าหากผู้สูงอายุทำงานต่อหลัง 60 ปี ก็จะได้รับบำนาญต่อและสิทธิสวัสดิการอื่นได้อย่างต่อเนื่องทั้งการรักษา เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต เพื่อเป็นการจูงใจให้เกิดการทำงานโดยที่นายจ้างไม่ต้องรับภาระมากนัก ตรงนี้ต้องไปแก้พ.ร.บ.ประกันสังคมต่อไป ส่วนผู้สูงอายุที่ทำงานอิสระก็จะเข้าไปดูแลให้ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสม และส่งเสริมการเข้าระบบตามมาตรา 40 โดยออกประกาศกระทรวงขยายอายุคนทำงานที่สามารถเข้าตามมาตรานี้ได้ถึงประมาณ 65 ปี หรือ 70 ปี ตัวเลขกำลังพิจารณา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมบรรดาผู้แทนสถานประกอบการที่เข้าร่วม รวมถึงสภาอุตสาหกรรม ต่างสนับสนุนแนวคิดการจ้างงานผู้สูงอายุ หลายแห่งดำเนินการไปแล้ว เช่น งานบริการ งานห้างสรรพสินค้า แม่บ้าน คนสวน อย่างไรก็ตามได้มีการท้วงติงมาตรการทางภาษี เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยกำหนดเพดานการจ่ายค่าจ้างผู้สูงอายุไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ถือเป็นอุปสรรคที่ทำให้สถานประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุได้ไม่ตามเป้า ที่จริงผู้สูงอายุควรได้รับค่าจ้างที่ประมาณ 2-2.5 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนการจ่ายเงินค่าชดเชยให้ลูกจ้างกลุ่มนี้เนื่องจากมาตรา 118 ของพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดให้อายุเกษียณอยู่ที่ 60 ปี ลูกจ้างก็จะได้รับเงินไปแล้ 1 รอบ แต่หากมีการจ้างงานรอบ 2 กฎหมายยังคุ้มครองให้จ่ายเงินตามอายุงาน ซึ่งสถานประกอบการมองว่าเป็นภาระที่หนักเกินไป ขอให้มีการทบทวน.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14