อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

ปชป.เหน็บผลกกต.ไม่ครบ7ตรงเป๊ะตามญาณวิเศษ"มีชัย"

ปชป.เหน็บผลเลือก“กกต.”ไม่ครบ 7 ตรงเป๊ะตามญาณวิเศษ“มีชัย” ดักคอวิธีทาบทามสังคมแคลงใจ"ชูศักดิ์" ฝากว่าที่ กกต.ทำหน้าที่อิสระ - เป็นกลาง ขอเป็นผู้นำไม่ใช่ผู้ตามคสช. พฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 17.46 น.

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 5 คน จากจำนวนทั้งหมด 7 คน  ว่า  เป็นไปตามญาณวิเศษและความศักดิ์สิทธิ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เคยพูดว่าจะได้กกต.ไม่ครบ 7 คน แม้มี 5 คนก็สามารถทำงานได้ แต่ต้องทาบทามอีก 2 คนให้ครบตามกฎหมาย  แต่ตนคิดว่า 2 คนที่จะถูกทาบทามภายหลังนี้ อาจมีปัญหา เมื่อสังคมเคลือบแคลงในการทำหน้าที่และในความไว้วางใจที่จะมีน้อยกว่า 5 คนแรกที่ได้มาจากการสรรหา เปรียบเหมือนกับการแข่งกีฬา เมื่อนักกีฬาไม่เชื่อถือในกรรมการ เกมแข่งขันอาจไม่ราบรื่น เพราะการทาบทามคือการเชิญคนมาเป็น เหมือนการล็อกสเปกว่าอยากให้ใครเป็นกรรมการ แม้เขาจะทำหน้าที่ได้ดี มันก็ดีน้อยลงเพราะความเชื่อถือเชื่อมั่นในความเป็นกลาง

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักที่สำคัญว่าผู้มีอำนาจจะลงมาเป็นผู้แข่งขันในเกมเองหรือไม่ อย่างไร เพราะถ้าลงมาแข่งขันเอง จะเท่ากับว่ามีกรรมการอยู่ในมือ 2 คน เกมการแข่งขันก็ไม่ชอบธรรม ทั้งที่หากเปรียบถึงการเลือกตั้ง ผู้มีอำนาจมีสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง อยู่ในมือแล้ว 250 คน แต่พรรคการเมืองที่แข่งขันเริ่มต้นที่ศูนย์ ขอถามว่าความเป็นธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ยิ่งมีกรรมการในมือเพิ่มอีก ขอให้สังคมคิดเองว่าเกมแข่งขันนี้จะเป็นอย่างไร



นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โหวตเลือกว่าที่ กกต.ชุดใหม่ โดยผ่านความเห็นชอบของ สนช. 5 คน ไม่ผ่าน 2 คน ว่า โดยส่วนตัวก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของ สนช. การไม่ผ่านความเห็นชอบของบุคคลบางคนก็เป็นเรื่องดุลพินิจ คิดว่าคงดูกันด้วยข้อมูลและความรอบคอบดีแล้ว จึงไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ดังกล่าว โดยส่วนตัวอยากจะให้ กกต.ชุดใหม่ได้เข้าทำหน้าที่โดยเร็ว แม้จะได้มาเพียง 5 คนก็ทำหน้าที่ได้ ตนไม่อยากให้เกิดสุญญากาศในองค์กรนี้ 

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า คงเข้าใจได้ว่าคนหรือองค์กรที่รู้ตัวเองว่าจะต้องหมดอำนาจหน้าที่ไป คงจะไม่มีใครคิดอ่านอยากจะทำอะไร เป็นธรรมชาติที่เข้าใจได้ ก็อยากจะฝากถึงว่าที่ กกต.ทั้งหลายคือความเป็นอิสระและความเป็นกลาง การเลือกตั้งเป็นหน้าที่หลักของ กกต. มิใช่ คสช.จึงควรจะทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ และเป็นผู้นำมิใช่ผู้ตามที่ต้องตามเขาไปทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่าง การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการเลือกตั้งที่ คสช. ยังคงอยู่ในอำนาจและใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ เป็นการเลือกตั้งที่มีกระแสการตั้งพรรคใหม่เพื่อหนุน คสช.สืบทอดอำนาจต่อไป ความเป็นกลางและความเป็นอิสระอย่างแท้จริงของ กกต. จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก. 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    8%
  • ไม่เห็นด้วย
    92%

บอกต่อ : 4