อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

แนะตรวจครรภ์ไม่โป๊ะแตก ใช้น้ำปัสสาวะยืนยันผลไม่ได้

หมอสูติ แนะตรวจการตั้งครรภ์เอาให้ชัวร์ต้องอัลตราซาวด์จนพบตัวอ่อนฝังตัวในมดลูก ย้ำ ใช้แค่น้ำปัสสาวะยืนยันผลไม่ได้ อาจะให้ผลบวก-ลบ ลวงได้    จันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561 เวลา 15.56 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. พญ.ชัญวลี ศรีสุโข สูติ-นรีแพทย์เชี่ยวชาญ รพ.พิจิตร กล่าวถึงวิธีการตรวจหาการตั้งครรภ์เพื่อให้ผลที่ชัดเจน ว่า การคิดว่าตั้งครรภ์สำหรับประชาชนกับแพทย์นั้นต่างกัน โดยส่วนใหญ่ประชาชนจะคิดว่าอาการขาดประจำเดือน หรือคลื่นไส้อาเจียน คือการตั้งครรภ์ แต่ที่จริงเป็นเพียงอาการสงสัยตั้งครรภ์เท่านั้น แต่แพทย์จะยืนยันการตั้งครรภ์ได้ต้องมีเด็กหรือตัวอ่อนอยู่ในโพรงมดลูก โดยจะต้องมีการซักประวัติประจำเดือนขาดหรือไม่ มีอาการนมคัดหรือไม่

ส่วนอาการคลื่นไส้อาเจียนจะเกิดหลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน จากนั้นต้องตรวจการตั้งครรภ์ ซึ่งมี 3 วิธีคือ 1.การตรวจน้ำปัสสาวะ ซึ่งหากตั้งครรภ์จะมีการฮอร์โมนของเด็กอยู่ในปัสสาวะ แต่การตรวจปัสสาวะอาจได้ผลบวกลวงหรือผลลบลวงได้ เช่น ปัสสาวะข้นเกินไป หรือมีโปรตีนบางอย่างมากเกินไป หรือบางคนเป็นโรคไทรอยด์ ก็อาจให้ผลบวกลวงออกมาได้ หรือกรณีผลลบลวงอาจเกิดจากดื่มน้ำมากเกินไป จนปัสสาวะไปเจือจางฮอร์โมนเด็ก หรือการตั้งครรภ์เกิน 3 เดือน ก็จะตรวจไม่พบ ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจอย่างอื่นร่วมด้วย 2.การตรวจภายในร่วมด้วย โดยอาการตั้งครรภ์ บริเวณปากมดลูกบวม มดลูกโตขึ้น มดลูกนิ่มขึ้น และ 3.การอัลตราซาวนด์ เพื่อยืนยันว่ามีเด็กอยู่ในโพรงมดลูกจริง

พญ.ชัญวลี กล่าวว่า บางคนผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก แต่ไม่ได้ตั้งครรภ์จริง เช่น เป็นท้องไข่ลม คือการท้องโดยไม่มีตัวเด็ก เหมือนไข่เป็ด ไข่ไก่ที่ฟักไม่เป็นตัว ธรรมชาติจะทำให้หลุดไปประมาณ 2 เดือน โดยจะหลุดไปเอง หรือท้องแล้วฝ่อไป หรือท้องนอกมดลูก ซึ่งเป็นการตั้งครรภ์ไม่ปกติ ดังนั้น หากมีอาการขาดประจำเดือน หรือไม่ได้คุมกำเนิดแล้วประจำเดือนมาไม่ปกติ เบื้องต้นที่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์ในการตรวจเบื้องต้น แต่ไม่ว่าผลการตรวจจะเป็นอย่างไรก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าใช่การตั้งครรภ์จริงหรือไม่ เป็นการตั้งครรภ์ปกติหรือไม่ ท้องนอกมดลูกหรือไม่ เป็นการท้องลม ตั้งครรภ์ไข่ฝ่อหรือไม่ หรือหากผลเป็นลบ เป็นผลลบลวงหรือไม่ หรือเกิดจากปัญหาอื่นที่ทำให้ประจำเดือนขาดแล้วต้องรักษา

พญ.ชัญวลี กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีในการตรวจว่าแท้งลูกหรือไม่ 1. สามารถตรวจได้จากน้ำปัสสาวะ ใน 3-5 วันหลังเกิดภาวะแท้ง โดยในช่วง 2-3 วันแรก จะยังพบฮอร์โมนเด็กอยู่ แต่ฮอร์โมนจะลดลงไปแบบครึ่งๆ หรือฮาล์ฟไลฟ์ 2.การตรวจภายในก็จะเห็นมีเลือดออก เนื่องจากหลังแท้ง มดลูกจะยังบวมโตอยู่ 3.การตรวจอัลตราซาวด์ ก็จะเห็นว่าเยื่อบุโพรงมดลูกหนา หรือตัวมดลูกยังโตจากการแท้ง แต่ถ้าเกิน 1 สัปดาห์จะดูยาก โดยเฉพาะการแท้งในช่วงอายุครรภ์ 3 เดือนแรก เพราะมดลูกจะเข้าที่ไว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะตั้งครรภ์จริงหรือท้องลม หากมีเลือดออก ก็ไม่ใช่ว่าจะหลุดออกมาง่ายๆ ก็ต้องไป รพ.ในการตรวจเช่นกัน เพราะหลุดแล้วอาจออกมาไม่หมด.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 4