อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

วอนประชาชนช่วยสอดส่องลอบนำเข้าขยะพิษ 

นายกฯจี้หน่วยงานรัฐลดขยะ เร่งยกระดับจัดการขยะให้ดีในสายตาชาวโลก วอนประชาชนสอดส่องลอบนำเข้าขยะพิษ ระบุไทยต้องมีโรงกำจัดขยะ 300 กว่าแห่งกระจาย 77 จังหวัด ศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 21.02 น.

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 100 ประเทศ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรง โดยในแต่ละปี จะมีขยะรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้น และ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล่องโฟม จากการบรรจุอาหาร วันละ 138 ล้านใบ กระดาษชำระเกือบ 4 ล้านตัน/ปี ถุงพลาสติก 5,300 ตัน/ปี ขยะจากขวดพลาสติก มากกว่า 3,800 ล้านใบ/ปี หรือ แม้แต่หลอดพลาสติก 500 ล้านหลอด/วัน ไม่นับรวมขยะอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งที่ย่อยสลายได้ และย่อยสลายไม่ได้ ขยะพิษ และต่างๆ อีกมากมาย อันเกิดจากน้ำมือของเราเอง ทั้งชาวชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการลดภาระสิ่งแวดล้อม ในแหล่งท่องเที่ยว โดยการช่วยกันลดใช้ขยะพลาสติก ได้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย ไปพร้อมๆ กับการสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ที่มุ่งเน้นการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก และ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ก็ยังมีโครงการความร่วมมือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงมหาดไทย ร่วมดำเนินการ ตนได้สั่งย้ำไปแล้วว่าในสถานที่ราชการทั้งหมด จำเป็นต้องขจัดขยะเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด และให้มีการประเมินการใช้ถุงพลาสติกในสถานที่ราชการ ภาครัฐต้องมุ่งเน้นให้ความรู้กับชุมชน ที่สำคัญอีกเรื่องคือการจัดการขยะอินทรีย์เพื่อให้การคัดแยกขยะมีประสิทธิภาพ รวมความไปถึงในเรื่องของการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรีไซเคิลให้ได้มาตรฐาน อีกด้วยตนเห็นว่าความเคลื่อนไหวในการรักษ์โลกด้วยการควบคุมขยะนั้น เป็นสิ่งที่ดี และสอดคล้องกับกระแสโลก และปัญหาของเราภายในประเทศ เรื่องขยะทราบมาว่ามีกลุ่ม Trash Hero  ตนอยากตั้งชื่อให้ว่า “ผู้พิทักษ์โลกให้ปลอดขยะ” ที่เน้นการปลูกฝังกลุ่มเยาวชน ให้มีจิตสำนึก ร่วมแก้ปัญหาขยะในชุมชน ชายหาด และพื้นที่สาธารณะ สถานประกอบการ ร้านค้า เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับเยาวชนจิตอาสาที่ได้สละเวลา และแรงกาย มาร่วมกิจกรรมกำจัดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมนี้ เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยของเรา ตนอยากให้เราถูกยกระดับดีขึ้นในเรืองการบริหารจัดการขยะในสายตาของต่างประเทศด้วย วันนี้ของเรามีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้ว  1 แสนคน  สามารถกำจัดขยะได้ เกือบ 6 แสนกก. ถ้าเราคำนวณถึงคนทั้งประเทศนี่ 50-60 ล้านคน นี่จะลดได้เท่าไร ปัญหาขยะจะต้องลดลงทันที ตนเป็นกำลังใจ ให้ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่าให้ต้องบังคับใช้กฎหมาย หรือโทษกันไป โทษกันมา  วันนี้ก็ต้องฟังกัน แล้วก็หารือกันสังคมช่วยกันได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรัฐบาล การแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะพลาสติกนั้น อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันพิจารณาดูให้ดีว่า การบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนหรือไม่ ตนเชื่อว่าทุกคนรู้คำตอบดีว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น เราต้องอาศัยความร่วมมือกัน ทั้งประชาชน เอกชน ผู้ประกอบการ  รวมทั้งช่วยกันสอดส่องพฤติการณ์ที่ผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบนำขยะพิษ  ซากอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาในประเทศ ต้องแก้ไขให้ได้และให้เร็วที่สุด การทิ้งขยะจากรถที่เดินทางบนท้องถนน ก็โยนลงมาจากรถตัวเองไปข้างทาง แบบนี้ถือว่าไม่รับผิดชอบเช่นกัน  การนำขยะไปกองสุมกัน หรือทิ้งนอกพื้นที่ที่เตรียมไว้  บางทีภาชนะไม่พอ ก็ทิ้ง อีเหละเขละขละ ไว้ข้างนอก ก็ต้องไปแก้กัน และเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมภาชนะให้เพียงพอด้วย 

“หลักการสำคัญคือขยะเกิดที่ไหน ต้องกำจัดที่นั่น ดังนั้นการสร้างโรงขยะในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเราจะต้องกระจายไปกว่า 300 แห่งในกลุ่มต่างๆ ทั่วประเทศ ประเทศเรามี 77 จังหวัด รวม กทม. ดังนั้นเราก็ต้องแบ่ง กลุ่มของเราทั้งหมด 77 จังหวัด ได้ 300 กว่าแห่ง ที่จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการขยะ มีโรงขยะ เพื่อจะลดการขนย้ายขยะไปกำจัด ในพื้นที่ที่มีระยะทางไกล ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ของภาคเอกชน เพราะถ้าจะต้องสิ้นเปลืองทั้งการลงทุน สิ้นเปลืองทั้งการขนย้าย ระหว่างการขนย้ายก็ เรี่ย ราด ไปตลอดทาง วันนี้ก็ยังมีอยู่ ซึ่งเรื่องนี้แต่ละท้องถิ่นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย  การจะจัดตั้งอะไรขึ้นมา ก็ต้องขออนุมัติขึ้นมา ให้ถูกต้อง ไม่ใช่รัฐบาลมุ่งหวังจะทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ใคร เพราะว่ามีกฎหมายอยู่แล้ว วันนี้ต้องบูรณาการกฎหมายของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงให้ได้  ทำงานร่วมกัน การลงทุน หรือการดำเนินการใดๆ ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ตามที่ตนได้เคยกล่าวมาแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา”นายกรัฐมนตรี กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 24