อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

สทนช.เตรียมปรับ-ทำแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ93เขื่อนพรุ่งนี้

"บิ๊กฉัตร"สั่งปรับแผนจัดการน้ำ รับมือลุ่มน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกภาคเรียกทุกหน่วยงานถกด่วน30ส.ค. พร้อม ทำแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติ 93 เขื่อน" "ทองเปลว"แจงเพิ่มระบายเขื่อนป่าสักฯ23 ล้านลบ.ม.ต่อวันไม่ท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนกรุงเก่า พุธที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 11.07 น.

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.​ นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงกรณีรองผู้ว่าราชการจ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งเตือนการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพราะมีปริมาณน้ำสูงเกินควบคุม 29 ล้านลบ.ม.จะบายออก 23 ล้านลบ.ม.ส่งผลให้น้ำแม่น้ำป่าสักฯสูงขึ้น 0.80-1.20 เมตร  ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ณ วันที่  28 ส.ค.61 ปริมาณน้ำในอ่างฯ 302.54 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 650  ล้าน ลบ.ม. หรือรับน้ำได้อีกร้อยละ 68 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯประมาณ 50.09 ล้าน ลบ.ม./วัน และมีการระบายน้ำ 23.40 ล้าน ลบ.ม./วัน ทั้งนี้ การระบายน้ำลงสู่พื้นที่ด้านท้าย ยังไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งแต่อย่างใด แต่เป็นการระบายน้ำเพื่อเตรียมรับน้ำที่เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่เหนือเขื่อนป่าสักฯ บริเวณจ.เพชรบูรณ์ และเป็นการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างฯให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ส่วนที่เขื่อนพระราม 6 กรมชลประทาน จะควบคุมน้ำผ่านท้ายเขื่อน ในเกณฑ์ประมาณ 400-450 ลบ.ม./วินาที เท่านั้น ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนบริเวณจ.พระนครศรีอยุธยา แต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกและขอให้ติตามข่าวสารจากทางราชการ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน หมายเลข 1460

นายสำเริง  แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยว่าในวันที่ 30 ส.ค.เวลา 09.00 น. จะประชุมคณะอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ  ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน ตามข้อสั่งการของพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้ทุกหน่วยงานที่มีอ่างเก็บน้ำ หนอง บึง ที่อยู่ในความรับผิดชอบส่งข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับอ่างเก็บน้ำ ได้แก่ แผนเผชิญ เหตุภาวะวิกฤติ แผนการระบายน้ำ คู่มือในการตรวจสอบอ่างเก็บน้ำ เกณฑ์การควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ สทนช. เพื่อน้ำมาใช้บริหารจัดการน้ำในภาพรวมของประเทศ  รวมถึงการจัดทำแผนที่พยากรณ์อากาศให้เป็นแผนที่ฉบับเดียวกัน (One Map) เพื่อให้ข้อมูลเป็นเอกภาพ  และให้หน่วยงานที่มีอ่างเก็บน้ำในความรับผิดชอบนำแผนที่พยากรณ์อากาศมาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับตำแหน่งที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่าง ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์อ่างเก็บน้ำขณะนี้มีน้ำความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน เขื่อนแก่งกระจาน ขนาดกลาง 39 แห่ง ส่วนอ่างเฝ้าระวัง 80-100% ของความจุ ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนรัชชประภา เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนปราณบุรี และขนาดกลาง 47 แห่ง 

​ทั้งนี้สถานการณ์ฝนยังตกหนัก มี31 จังหวัด เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก เช่น จ.เชียงใหม่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์  แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ภาคใต้ จ.ระนอง โดยตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ 58.5 มม. ภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 44.0 มม. ส่วนภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง 

​"ล่าสุดลำน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงบริเวณที่แม่น้ำโขงสูงกว่าตลิ่ง แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ และแม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีระดับน้ำน้อย ภาคตะวันตก ภาคกลางและภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก โดยต้องเฝ้าระวัง แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แม่น้ำโขง มีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้น มีน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.หนองคาย และ จ.บึงกาฬ  "นายสำเริง กล่าว

​สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ มี 5 แห่ง ได้แก่ 1. เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 760 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 107% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.09 ม. เพิ่มขึ้น 7 ซม. นำ้เข้า 18.44 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 1.44 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลออก 15.21 ล้าน ลบ.ม. ส่วนการระบายน้ำลดลง 2. เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปริมาณน้ำ 320 ล้าน ลบ.ม.  คิดเป็น 82%  มีน้ำไหลเข้า 11.75 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.08 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลออกวันละ 11.08 ล้าน ลบ.ม. 3. เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำ 8,254 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93% น้ำเข้า 86.70 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 7.53 ล้าน ลบ.ม.น้ำออก 52.27 ล้าน ลบ.ม. 4. เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 574 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 110% น้ำเข้าวันละ 8.91 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 5.27 ล้าน ลบ.ม. น้ำออก 9.78 ล้าน ลบ.ม. 5. เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 197 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88% น้ำเข้า 8.37 ล้าน ลบ.ม.ลดลง 6.14 ล้าน ลบ.ม. น้ำออก 10.21 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 0.84 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 1.60 ม. ลดลง 5 ซม. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10