อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

คพ.กำหนดเข้มเกณฑ์น้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อ-กระดาษ

คพ. กำหนดเข้มเกณฑ์น้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อ-กระดาษ  ปรับให้สอดคล้องกับวัตถุดิบ กระบวนการผลิตและการเกิดน้ำเสียในปัจจุบัน   จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.07 น.

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า มาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรมของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมามีการบังคับใช้มานานกว่า 20 ปี ประกอบกับยังมีอุตสาหกรรมบางประเภทที่ได้รับการผ่อนผันค่ามาตรฐานความสกปรก เช่นปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ (บีโอดี) ให้ระบายได้ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) และปริมาณออกซิเจนที่สารเคมีใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ (ซีโอดี) ให้ระบายได้ไม่เกิน 400 มก./ล. โดยอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อและการผลิตกระดาษ เป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งที่ได้รับการผ่อนผันค่ามาตรฐานฯ แต่เป็นกิจกรรมการผลิตที่ก่อมลพิษสูง มีการใช้น้ำในการผลิตปริมาณมากและมีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตหลายชนิด

นายประลอง กล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ทันสมัยของมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง  คพ. ได้กำหนดมาตรฐานการระบายน้ำทิ้ง ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม ที่ได้ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 133 ตอนพิเศษ 129 ง เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2559 ซึ่งประกาศฉบับนี้ยังเป็นมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป อย่างไรก็ตามปัญหาการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษยังคงเกิดขึ้น



“จากประเด็นปัญหาดังกล่าว คพ. จึงได้กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษ เป็นมาตรฐานน้ำทิ้งเฉพาะประเภท ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษ ซึ่งได้ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135 ตอนพิเศษ 187 ง ลงวันที่ 6 ส.ค. 2561 ให้กำหนดค่ามาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตเยื่อและโรงงานผลิตกระดาษ เป็นมาตรฐานที่มีความเข้มงวดขึ้น สอดคล้องกับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการเกิดน้ำเสียในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมาตรฐานฯ สำหรับโรงงานผลิตเยื่อมุ่งเน้นกำหนดค่าบีโอดี ต้องไม่เกิน 20 มก./ล. และค่าซีโอดี ไม่เกิน 400 มก./ล. นอกจากนี้ได้กำหนดค่าสี ไม่เกิน 600 เอดีเอ็มไอ ขณะที่โรงงานผลิตกระดาษได้กำหนดค่าบีโอดี ต้องไม่เกิน 30 มก./ล. ค่าซีโอดี ต้องไม่เกิน 270 มก./ล.และค่าสีต้องไม่เกิน 350 เอดีเอ็มไอ โดยรายละเอียดของการกำหนดมาตรฐานฯ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pcd.go.th/info_serv/File/135_187.pdf ” นายประลองกล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28