อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

ผ่านก.ม.รีดภาษีค้าออนไลน์ สนช.ท้วงวุ่นหวั่นถูกหางเลข 

สนช.ถกเครียดกฎหมายรีดภาษีพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ หลังทักท้วงวุ่นหวั่นสนช.โดนหางเลขด้วย อังคารที่ 4 ธันวาคม 2561 เวลา 15.39 น.

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.  มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ในวาระ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรพิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ สาระสำคัญคือ การกำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลของบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีในการทำธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งและยอดเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบเพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง โดยตั้งเป้าเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ที่ปัจจุบันการติดตามข้อมูลเพื่อจัดเก็บภาษีไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนช.หลายคนได้ลุกขึ้นอภิปรายทักท้วง อาทิ นายวรพล โสคติยานุรักษ์  และนายตวง อันทะไชย ที่ท้วงติงว่าเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ยังขาดหลักเกณฑ์รายละเอียดที่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่ได้เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่มีธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินหลายครั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายถูกกรมสรรพากรเพ่งเล็งตรวจสอบไปด้วย โดยเฉพาะสนช.ทั้ง 240 คนซึ่งขณะนี้ได้รับเงินเดือนและค่าเบี้ยประชุมผ่านการโอนเงินกว่า 200 ครั้งใน 1 ปี นอกจากนี้ บางครั้งยังมีกรณีการโอนเงินค่าทำบุญทอดกฐินฝากมายังสนช.อีก อาจทำให้สนช.ถูกกวาดมาอยู่ในระบบ และถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรด้วย ทั้งๆ ที่กฎหมายต้องการตรวจสอบคนที่ไม่ยอมเสียภาษี แต่กลับดึงบุคคลอื่นๆ ที่เสียภาษีอย่างถูกต้องไปอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบไปด้วย ดังนั้น ขอให้ทบทวนด้วย อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการฯ ยังคงยืนยันตามเนื้อหาที่เสนอมา ทำให้ที่ประชุมสนช.ถกเถียงกันอย่างหนัก จนประธานในที่ประชุมต้องสั่งพักการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อไปหารือนอกรอบจนกว่าจะได้ข้อยุติ  

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังสั่งพักการประชุมและกลับมาประชุมกันอีกครั้ง ปรากฎว่ากรรมาธิการฯ ยอมแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 3 เรื่องการให้สถาบันการเงินรายงานการทำธุรกรรมฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งต่อปีและมียอดรวมเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไป ที่ต้องถูกรายงานให้กรมสรรพากรทราบ โดยแก้ไขเป็น รายงานการทำธุรกรรมฝากและรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีและมียอดรวมเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไปแทน ทำให้ที่ประชุมสนช.พอใจ ก่อนที่ประชุมสนช.จะลงมติในวาระที่ 3 เห็นสมควรประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเป็นกฎหมายด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 139 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี และงดออกเสียง 7 เสียง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    2%
  • ไม่เห็นด้วย
    98%

บอกต่อ : 474