อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

ผ่านก.ม.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มชดเชยเลิกจ้างสูงถึง400วัน

สนช.ผ่านกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างมียิ้ม เพิ่มอัตราเงินชดเชยเลิกจ้างสูงถึง 400 วัน พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลา 16.40 น.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โดยมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีทั้งสิ้น 25 มาตรา  โดยสมาชิกสนช.ได้มีการแก้ไข 2 มาตรา  อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตสอดคล้องกันในมาตรา 7 วรรคสอง เกี่ยวกับการที่ให้หญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรคนแรกได้ไม่เกิน 98 วัน และเพิ่มมาในวรรคสามว่า วันลาให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ ถือเป็นประโยชน์ของหญิงที่ตรวจครรภ์ หากไปตรวจครรภ์ในวันหยุดจะรวมเข้าไปด้วยกับว่าลาคลอดหรือไม่ ซึ่งต้องมีความชัดเพราะอาจทำให้เสียสิทธิวันลาของลูกจ้าง เช่นเดียวกับ น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ อภิปรายในมาตราเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากความตั้งใจของการพิจารณา เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นมาจากร่างเดิม ดังนั้น เจตนารมณ์ที่แท้จริงของกฎหมายนี้เป็นอย่างไร

ด้านพล.อ.ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า หากยกเลิกอาจจะมีการตีความที่ผิดไปจากเจตนารมณ์ของกฎหมายได้เนื่องจากวันหยุดเดิมอาจจะมีผลต่อวันลาคลอดบุตรได้ซึ่งบทนิยามเดิมก็บัญญัติวันหยุดไว้ชัดเจนและตามหลักการนายจ้างจะเป็นผู้จัดทำประกาศ วันหยุดพักผ่อนประจำปี   หากวันลาคลอดบุตรตรงกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ก็สามารถให้นายจ้างนำไปรวมกันได้ตามที่นายจ้างกำหนด
 
ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน  (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ด้วยคะแนนเสียง 180 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง  เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ

นายมนัส โกศล  รองโฆษกกรรมาธิการวิสามัญ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จ จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ และรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีก 30 วัน ว่า สำหรับข้อดีหรือสิทธิประโยชน์จากกฎหมายฉบับใหม่หลายกรณี ซึ่งเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์มากกว่าทุกฉบับที่ผ่านมาอาทิ ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันเป็นจำเป็นได้ไม่น้อยกว่าสามวันทำงาน โดยที่ได้รับค่าจ้าง ซึ่งตามกฎหมายฉบับเดิมไม่ได้ กรณีที่นายจ้างเปลี่ยนตัวนายจ้างหรือนิติบุคคล ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอมก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้างจ้างได้ โดยที่นายจ้างจะต้องช่ายค่าชดเชยพิเศษให้กับลูกจ้างตามมาตรา 38 ซึ่งตามกฎหมายเดิมนั้นจะเป็นการให้ลูกจ้างไปฟ้องศาลเอง  

ในส่วนของลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ สามารถลาคลอดได้ทั้งก่อนและหลังคลอด รวม 98 วัน จากเดิมที่ลาคลอดได้เพียงอย่างเดียว 90 วัน ซึ่งไม่รวมลาฝากครรภ์หรือตรวจครรภ์ไม่สามารถทำได้ ต้องใช้โควต้าในการลาเพื่อกิจธุระอันเป็นจำเป็น  ส่วนอัตราค่าชดเชยกรณีนายจ้างเลิกจ้างกฎหมายฉบับดังกล่าวได้เพิ่มสิทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6 อัตรา เดิมอยู่ที่ 5 อัตรา  คือ  1.ลูกจ้างทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน  ได้ค่าชดเชย 30 วัน 2.ลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับค่าชดเชย 90 วัน 3.ลูกจ้างทำงานต่อเนื่อง 3 ปีแต่ไม่เกิน 6 ปี ได้ค่าชดเชย 180 วัน 4.ลูกจ้างทำงานต่อเนื่อง 6 ปี แต่ไม่เกิน 8 ปีได้ค่าชดเชย 240 วัน และ 5.ลูกจ้างทำงานต่อเนื่อง 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ได้ค่าชดเชย 300 วัน ซึ่งแต่กฎหมายฉบับใหม่ได้เพิ่มอัตราที่ 6 คือ หากทำงานต่อเนื่องครบ 20 ปี จะได้รับค่าชดเชย 400 วัน โดยในกรณีดังกล่าวไม่รวมในเหตุที่นายจ้างเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างมีความผิด หรือในกรณีที่ลูกจ้างลาออกเอง

ด้านนายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงานกล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาเสร็จ  ว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงาน โดย กสร.เอง จะต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับนายจ้างและลูกจ้งถึงกฎหมายฉบับใหม่ที่จะมีการบังคับใช้ในอนาคต 

เมื่อถามถึง กรณีที่มีหลายฝ่ายกังวลว่านายจ้างอาจจะใช้ช่องว่างระหว่างที่กฎมหายจะมีผลบังคับใช้ในการพิจารณาเลิกจ้างลูกจ้าง เพราะกฎหมายฉบับให้เพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างที่ทำงาน 20 ปีขึ้นไป หากถูกเลิกจ้างนายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้าง 400 วัน ตามเพดานสูงสุดของเงินเดือนสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับ ว่าสำหรับกฎหมายที่เพิ่มขึ้นมานั้น ตนมองว่าเป็นเพียงการเพิ่มสิทธิขึ้นบางข้อ ซึ่งในทางปฎิบัติคงไม่มีความซับซ้อนในทางปฎิบัติของนายจ้าง ส่วนที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างที่มีอายุงาน 20 ปีขึ้นไปในช่วงนี้ ตนมองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่คงมีเพียงเล็กน้อยหากเกิดขึ้น ซึ่งหากมองโดยหลักแล้วการจะเลิกจ้างลูกจ้างที่ทำงานมานานกว่า 20 ปี ซึ่งอายุงานขนาดนี้คงเป็นระดับหัวหน้า หากปลดหรือเอาออกไปคงจะทำให้สถานประกอบการมีผลกระทบในโครงสร้างได้ ทั้งนี้ในส่วนของ กสร.เองก็เตรียมความพร้อม เพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรน่ากังวล.





 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%