อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 มกราคม 2562

กกต.อุ้ม'บัตรคนจน'เป็นนโยบายรัฐ ไม่ใช่ทุจริตเลือกตั้ง

กกต.ติวเข้มผอ.กกต.จว. เตรียมจัดเลือกตั้งใน 70 วัน "เลขาฯกกต." เผยรัฐแจกเงินบัตรคนจนเป็นแนวนโยบายแห่งรัฐ ไม่ใช่ทุจริตเลือกตั้ง ปัดชงข้อเสนอใช้ ม.44 แก้พรรคเดียวเบอร์เดียว เหตุไม่อยู่ในอำนาจ พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลา 15.42 น.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กกต. เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยมี ผอ.กกต.จังหวัดจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุม โดยพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. กล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดประชุมครั้งนี้เพื่อให้ผอ.กกต.จังหวัดมีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง โดยขณะนี้มีจำนวนมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 51 ล้านคน มีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 96,000 หน่วย ซึ่งภารกิจแรกที่แต่ละจังหวัดต้องจัดเตรียมคือ ในจังหวัดจะมีหน่วยเลือกตั้งกี่หน่วย ที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้งจะอยู่ในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งแต่ละหน่วยจะรองรับผู้มีสิทธิประมาณ 1,000 ราย นอกจากนี้ยังต้องเตรียมจัดทำป้ายไวนิลแนะนำตัวผู้สมัคร แผ่นป้ายขนาดใหญ่ที่จะให้ผู้สมัครแต่ละคนนำป้ายขนาด A3 มาติดประกาศแนะนำตัว

โดยผอ.กกต.จังหวัดต้องกำหนดสถานที่ติดตั้งให้ชัดเจน เช่น หน้าที่ว่าการอำเภอ หน้าศาลากลางจังหวัด รวมถึงนับจำนวนแผ่นป้ายของผู้สมัครแต่ละคน นอกจากนี้ยังต้องจัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้ง รวมไปถึงนโยบายพรรค และรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคเสนอ นำมารวมเล่มเพื่อส่งให้ถึงทุกครัวเรือนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ดังนั้นผอ.กกต.จังหวัดต้องเตรียมความพร้อม เพราะหากกกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 2562 ก็จะเหลือเวลาอีก 70 วันพ

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังกล่าวถึงการพิจารณารูปแบบบัตรเลือกตั้งว่า ขณะนี้ขั้นตอนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานกกต. คาดว่าจะเสนอให้กกต.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ไม่ว่ากกต.จะมีมติเลือกใช้รูปแบบใด สำนักงานกกต.ก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ อาจจะให้โรงพิมพ์ที่มีศักยภาพหลายแห่งเข้ามาพูดคุยถึงศักยภาพในการพิมพ์บัตร และการรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง โดยจะให้ความสำคัญสูงสุดกับประเด็นความปลอดภัยของบัตร ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ใช้พรรคเดียวเบอร์เดียวนั้น หากต้องการให้แก้กฎหมายคงต้องใช้เวลา ในส่วนของกกต.ต้องทำให้ดีที่สุดตามกฎหมายที่มีอยู่

ส่วนข้อเสนอที่ให้ใช้ม.44 แก้กฎหมายเพื่อให้เป็นพรรคเดียวเบอร์เดียวนั้น ไม่ใช่อำนาจของกกต.จึงเป็นประเด็นที่ไกลเกินไปที่จะคิด ส่วนที่มีความกังวลต่อการทำงานของ กกต.นั้น ยืนยันได้ว่ากกต.ไม่มีการทุจริต ซึ่งเลือกตั้งเสร็จก็นับคะแนนที่หน่วยไม่เหมือนอดีตที่จะมีการยกหีบบัตรลงคะแนนไปนับในสถานที่นับคะแนน ดังนั้นผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมือง และประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้ที่หน่วยเลือกตั้ง และมีการรายงานผลจากหน่วยมายังส่วนกลางเลย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน

ส่วนการสังเกตการณ์ของผู้สังเกตการต่างประเทศ กกต.มีโครงการไว้อยู่แล้วตามที่ประธานกกต.ได้เคยให้สัมภาษณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการขอมา แต่คิดว่าจะมีเข้ามาสังเกตการณ์อย่างแน่นอน ซึ่งปกติเวลากกต.ได้รับเชิญให้ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศอื่นๆ เราก็จะไปดูว่ามีการลงคะแนน และการหาเสียงอย่างไร จะไม่เข้าไปแทรกแทรงกิจการภายในประเทศของเขา ซึ่งนี่คือกรอบของเราในการสังเกตการณ์ที่เราไปดู

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองร้องขอให้กกต.ตรวจสอบนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลว่าเป็นการเอื้อต่อพรรคพลังประชารัฐในการหาเสียงหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมาย คิดว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรามองว่าเป็นแนวนโยบายของรัฐ ซึ่งไม่ใช่การทุจริตการเลือกตั้งที่กกต.ต้องเข้าไปตรวจสอบ และเชื่อว่าประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือแนวนโยบายแห่งรัฐ

ส่วนคำถามว่าเมื่อมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้งออกมาแล้วพรรคพลังประชารัฐประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ กกต.จะต้องเข้าไปควบคุมการอนุมัติโครงการของรัฐหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า ต้องดูข้อกฎหมายก่อน แต่ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เหมือนรัฐบาลรักษาการหลังการยุบสภา แต่เป็นรัฐบาลในภาวะไม่ปกติและเป็นรัฐบาลในวาระเริ่มแรก แต่หากนำเงินของผู้สมัครไปแจกเพื่อให้มีผลต่อการเลือกตั้ง กกต.ก็จะถือว่าเป็นความผิด

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้กกต.ได้เสนอร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งให้มีการเลือกตั้งไปยังครม. เพื่อพิจารณาและนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งหากโปรดเกล้าฯในวันที่ 2 ม.ค.2562 ตามที่เสนอก็จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 และหลังพ.ร.ฎ.เลือกตั้งมีผลใช้บังคับแล้ว กกต.ก็จะกำหนดวันสมัครและวันเลือกตั้ง จากนั้นการหาเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัครก็จะต้องนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งในการประชุมระหว่างกกต.กับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ นอกจากกกต.จะแจ้งว่าจะสนับสนุนอะไรได้บ้างแล้วก็จะหารือเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครพรรคการเมืองควรเป็นเท่าใด จากเดิม1.5 ล้านบาท จะขยับเป็น 2 ล้าน หรือ2.5 ล้านบาท ร่วมถึงยังมีการหารือเรื่องการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    31%
  • ไม่เห็นด้วย
    69%

บอกต่อ : 49