อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 เมษายน 2562

ปภ.เผยฤทธิ์ปาบึกบ้านเรือนเสียหาย107หลัง กระทบ7.4แสนคน

ปภ.เผย“นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี“ ยังได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 107 หลัง ประชาชนได้รับผลกระทบ 7.4 แสนคน "กรมการข้าว" สำรวจนาข้าวเสียหายจากพายุปาบึก ถล่ม14จว.ใต้ กว่า2.5 หมื่นไร่  อังคารที่ 8 มกราคม 2562 เวลา 11.30 น.

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้อำนวยการกลาง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 - 8 ม.ค. อิทธิพลจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ส่งผลกระทบในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 105 อำเภอ 502 ตำบล 3,201 หมู่บ้าน 133 ชุมชน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 107 หลัง เสียหายบางส่วน 11,783 หลัง ประชาชนได้รับผลกระทบ 231,606 ครัวเรือน 746,062 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพจังหวัดนครศรีธรรมราช 3 จุด รวม 335 คน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด ได้แก่ 1.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี รวม 36 อำเภอ 221 ตำบล 1,815 หมู่บ้าน แยกเป็น นครศรีธรรมราช  เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 23 อำเภอ  รวม 155 ตำบล 1,400 หมู่บ้าน 105 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 179,868 ครัวเรือน 539,847 คน ผู้เสียชีวิต 2 ราย

โดยประชาชนยังอยู่อาศัยในศูนย์อพยพ 3 จุด รวม 335 คน ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเปิดให้บริการตามปกติแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศหยุดเดินรถช่วงสถานี เขาชุมทอง – สถานีนครศรีธรรมราช โดยมีรถรับส่งผู้โดยสารจากสถานีนครศรีธรรมราชไปขึ้นรถไฟที่เขาชุมทอง ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว และ 2.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ  รวม 66 ตำบล 415 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,969 ครัวเรือน 35,630 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง  2 หลัง เสียหายบางส่วน 124 หลัง ท่าอากาศยานเปิดให้บริการตามปกติ ปัจจุบันฝนหยุดตกแล้ว  



นายชยพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กอปภ.ก โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยทำความสะอาดบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์สถานที่ราชการ และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมถึงเส้นทางคมนาคมให้ใช้งานได้ตามปกติ ตลอดจนเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยที่ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิตและทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และสิ่งสาธารณประโยชน์ สำหรับจังหวัดที่สถานการณ์ภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ให้สำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่พายุโซนร้อน “ปาบึก” ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ได้ส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรลุ่มต่ำ ส่งผลให้พื้นที่นาในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี พัทลุง และชุมพร ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลผ่านและท่วมขัง ซึ่งต้นข้าวในระยะการเติบโต โดยได้ส่งผลกระทบต่อนาข้าว ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน



จากข้อมูลจากศูนย์อำนวยการและบัญชาการสถานการณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่ทางการเกษตรที่ประสบภัย จำนวน 14 จังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่การทำนา ได้รับผลกระทบเป็นจำนวน 25,596 ไร่ ทางกรมการข้าวได้มอบหมายให้ ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานี เร่งดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากพายุร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างเร่งด่วนทันทีหลังน้ำลด

ด้านนายพีรพล รัตนะ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง กล่าวว่า จากการที่ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพร้อมพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวนา และให้คำแนะนำให้ชาวนาเร่งระบายน้ำออกจากแปลงนาที่ถูกน้ำท่วม เพื่อลดระยะเวลาการสุกแก่ของข้าวและลดการสูญเสียคุณภาพข้าวด้านต่างๆ เนื่องจากเมล็ดข้าวจะแช่น้ำนานเกินไป ทำให้เปอร์เซ็นต์เมล็ดข้าวที่ได้จากการขัดสีลดลง ซึ่งถ้าหากชาวนาจะปลูกข้าวใหม่ แนะนำให้ใช้พันธุ์ กข59, กข55, ปทุมธานี 1, กข49, กข41, กข29 และพันธุ์สังข์หยดพัทลุง โดยเฉพาะพันธุ์สังข์หยดพัทลุงจะต้องปลูกไม่เกิน 25 ม.ค. นี้

นางจำเนียร เจียมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง กล่าวว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกพบปะเยี่ยมเยียนชาวนา ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว และเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในเขตอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อำเภอหัวไทร, อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยแนะนำให้เกษตรกรและตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงในการถูกน้ำท่วม โดยให้ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์การเกษตร เมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อาจจะเกิดความเสียหายจากความชื่น สัตว์พาหะและแมลงที่อาจมีมากในช่วงนี้ โดยให้ขนย้ายเมล็ดพันธุ์ข้าวเก็บไว้ในที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32