อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

4พรรคชูนโยบายสุขภาพเพิ่มงบฯ-เงินอสม./พยาบาล-หนุนกีฬา

4พรรคโชว์นโยบายดูแลสุขภาพประชาชน ปชป.โปรยยาหอมเพิ่มค่าตอบแทน"อสม.-พยาบาล" คาดรวมนโยบายด้านสธ.-สุขภาพใช้งบฯ 3 แสนล้านบาท  "ชทพ.-ชพน."ชูแผนส่งเสริมคนเล่นกีฬา จันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 13.41 น.

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.  ที่แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย  สมาพันธ์เครือข่าย NCDs ประเทศไทย จัดเสวนา หัวข้อ “นโยบายด้านสาธารณะเพื่อสุขภาพที่ดี จากมุมมองพรรคการเมือง” โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า  โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(เอ็นซีดี) ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต และใช้ทรัพยากรอย่างมากในการดูแลรักษา ขณะเดียวกันเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมซึ่งไม่ได้มีแง่มุมของสาธารณสุขอย่างเดียว เพราะฉะนั้นนโยบายที่จะมาแก้ไขหรือจัดการกับปัญหานี้ จึงเป็นนโยบายที่ต้องครอบคลุมทุกกระทรวง และผู้ที่จะขับเคลื่อนการแก้ได้จริงต้องเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเท่านั้น โดยพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนกระบวนการสร้างนโยบายที่ทำให้ประเด็นสาธารณสุข สามารถแทรกเข้าไปอยู่ในการรับรู้ และการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ เรามีนโยบายสนับสนุนเรื่องนมโรงเรียน อาหารเช้าและกลางวันในโรงเรียน สนับสนุนให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ รวมถึงทำนโยบาย"เกิดปั๊บ รับสิทธิเงินแสน" ซึ่งเป็นไปตามการศึกษาของภาควิชาการและองค์กรระหว่างประเทศ การให้สิทธิแก่ผู้ที่มีอายุ 50 ขึ้นไปได้รับการตรวจสุขภาพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การให้สิทธิประชาชนได้เข้ารับการรักษาเวลาเกิดปัญหาฉุกเฉินฟรี การแปลงรถสาธารณะเป็นยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้า และพยายามสนับสนุนให้ประชาชนใช้รถยนต์พลังไฟฟ้า รวมถึงส่งเสริมเรื่องของสินค้าสุขภาพ กับการจัดพื้นที่เพื่อสนับสนุนให้เป็นโซนสุขภาพกระจายไปสู่ท้องถิ่นด้วย 
 
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า  นอกจากนี้เรามีนโยบายเพิ่มเงินให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นคนละ 1,200 บาทต่อเดือนซึ่งแบ่งเป็นเงินค่าตอบแทน 1,000 บาท และเงินออม 200 บาท ปรับปรุงการบริหารของภาครัฐในเรื่องสาธารณสุข รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องการส่งต่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพผ่านทางสื่อออนไลน์และสื่อสารสนเทศต่างๆให้มากขึ้น  ขณะที่เรื่องของพยาบาลเป็นเรื่องใหญ่กว่าโรคเอ็นซีดี เพราะเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจ ทำงานหนักมากไม่แพ้แพทย์ ถ้าเราได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะเพิ่มค่าตอบแทนของพยาบาลให้มากขึ้นอย่างแน่นอน  ยาเลิกบุหรี่ ถ้าแพทย์เห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม ก็สามารถนำเข้าในสิทธิ์หลักประกันสุขภาพได้  เรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ ส่วนเรื่องพาราควอต ไม่ใช่แค่คิดว่าห้ามใช้ แต่ต้องไปคิดว่าถ้าไม่ให้เขาใช้แล้วจะนำอะไรมาใช้ทดแทน นอกจากนี้เราต้องทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกว่าต้องเข้ามาใส่ใจและมีส่วนร่วม โดยภาครัฐต้องเข้าไปชดเชยให้เขา ทั้งนี้ ภาพรวมนโยบายของพรรคในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสาธารณสุข เราประเมินออมาว่าจะใช้เงินประมาณ 300,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากการปรับลดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็น การปรับปรงระบบการเก็บภาษี การประเมินการเติบโตเศรษฐกิจ การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมโดยมีมาตราการผลประโยชน์ต่างตอบแทน  

ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  สำหรับโรคที่ไม่ติดตอเรื้อรังเป็นปัญหาที่กำลังจะมากขึ้น เพราะสังคมเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราให้ความสำคัญโรคดังกล่าวด้วย เน้นคุณภาพบริการโดยภาพรวมว่าประชาชนต้องได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและทั่วถึง ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจใช้การเพิ่มงบประมาณและการเพิ่มความสำคัญกับการป้องกันปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค และการดูแลรักษา  ถ้าคนไทยมีสุขภาพดี จะลดปริมาณผู้ป่วยและลดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลลงไปด้วย  ในเรื่องเด็กหรือกลุ่มเสียงทั้งหลาย เราบรรจุไว้ในหัวข้อกลุ่มมที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เด็กเล็กแรกคลอดจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ มีการยกระดับศูนย์เด็กเล็กให้เป็นศูนย์เด็กเล็กอัจฉริยะ ซึ่งเราตั้งเป้าว่าจะพัฒนาให้ได้ 20,000 แห่งในปีแรก  และเราใช้หลักที่ว่าทุกนโยบายต้องมองถึงผลกระทบด้านสุขภาพ  ส่วนผู้สูงวัย เราจะทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพที่ดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพของคนไทย อีกทั้งจะขยายโซนสุขภาพ  สำหรับพยาบาลนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าจะพยายามจัดสวัสดิการให้ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ส่วนการขึ้นภาษีเหล้าและน้ำตาลได้ผลมากพอสมควร แต่สร้างผลกระทบกับผู้ประกอบการเช่นกัน แต่ยังต้องเน้นเรื่องวินัยและความเข้มแข็งของคน ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญมากในการดูแลเรื่องสุขภาพ  

ขณะที่ ทพ.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา ตัวแทนจากพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า  พรรคชาติไทยพัฒนาถือว่านโยบายสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง จึงทำนโยบายสาธารณสุขเชิงรุกและสร้างสุขภาพเชิงป้องกัน  มีจำนวนคนไทยที่ป่วยด้วยโรคเอ็นซีดีประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 300,000 คน เรื่องเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมของคน โดยนโยบายของเราจะสร้างชุมชนออกกำลังกายทั่วประเทศ สร้างคลีนิกสุขภาพ 4 มุมเมืองที่มีลักษณะเป็นหมอครอบครัวเพื่อช่วยให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพ จะจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพฟรีปีละ 1 ครั้ง สนับสนุนการทำงานของ อสม.และอาจเพิ่มการตอบแทนให้ด้วยเป็นคนละ 1,500 บาทต่อเดือน  ด้านการพัฒนาเมือง จะทำอย่างไรให้มีการพัฒนาเมืองที่ดี มีการเชื่อมโยงขนส่งสาธารณสุขทั้ง 4 มุมเมือง โดยจะมีเทอร์มินอล เพิ่มพื้นที่สีเขียว และไม่อยากให้มีการใช้น้ำปลาในโรงอาหารของโรงเรียน  นอกจากนี้เราเน้นเรื่องการพัฒนาเมืองโดยต้องลดมลภาวะ ปัญหาฝุ่นพิษเกิดมานานแล้ว ต้องดูแหล่งกำเนิด ตัวกลาง และผู้รับผลกระทบ ถ้าพบโรงงานที่มีปล่อยสารหรือสร้างปัญหาฝุ่นเพิ่ม จะต้องถูกสั่งปิด และต้องสร้างการรับรู้ต่อประชาชน  

ด้าน พล.ท.อนุมนตรี วัฒนศิริ ตัวแทนจากพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า  เราจะทำสมาร์ท คลีน ซิตี้ ส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาจราจรโดยใช้เทคโนโลยี ยกระดับมาตรฐานน้ำมันดีเซล ควบคุมการก่อสร้างอาคาร ปรับผังเมืองให้เหมาะสม และเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงมีนโยบายด้านกีฬา ให้มี"มินิ สปอร์ต คอมเพล็กซ์" เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน กรณีของโรคเอ็นซีดี พรรคเห็นว่าควรกำหนดมาตรการด้านสังคม โดยผู้ที่ป่วยโรคดังกล่าวเกิดจากประชาชนมักละเลยการดูแลตัวเอง การขาดความรู้ จึงต้องให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนัก ลดสินค้าที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว จัดให้สวัสดิการด้านการตรวจสุขภาพฟรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง อีกทั้งรัฐบาลต้องเพิ่มการดูแลสุขภาพของประชาชนในแต่ละช่วงวัย  ขณะที่มาตรการด้านกฎหมาย ต้องบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ เรื่องการห้ามเผาป่า การแก้ไขรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11