อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562

'ธนาธร'ขอพูดนอกสภา พร้อมเป็นนายกฯแห่งความจริง

"ธนาธร" แถลงวิสัยทัศน์นอกสภา ลั่นพร้อมรับตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" แห่งความจริงและการเปลี่ยนแปลง ที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า หลุดพ้นประเทศกำลังพัฒนา พุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 13.45 น.

ใกล้เข้ามาทุกที สำหรับการประชุมรัฐสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยสมาชิกรัฐสภาทั้ง 750 คนเป็นครั้งแรก โดยผู้ที่ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้คือ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา" นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และ "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ล่าสุด ได้มีการถกเถียงถึงกรณีเรียกร้องให้ผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องออกมาแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศซึ่งยังคงเป็นข้อถกเถียงอยู่ในรัฐสภาในขณะนี้

ทำให้สุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. "นายธนาธร" ได้แถลงแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าสื่อมวลชนระบุ ถ้าท่านอยากเห็นประเทศไทยไม่ต้องยึดหลักการและความชอบธรรมใด ก็คงไม่จำเป็นที่จะฟังคำที่ผมจะพูด แต่ถ้าอยากเห็นสังคมไทยมีขื่อมีแป เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ท่านกับผมก็คิดเหมือนกัน ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีจะนำประเทศไทยไปในทางไหน ผมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความจริง ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลงที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า

"ผมจะเป็นนายกแห่งความจริง" ที่เห็นปัญหาที่รากฐานหรือเฉพาะตัว ผมมีโอกาสได้พบพี่น้องประชาชนที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในความลำบากยากจน ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนห่างไปเรื่อยๆ เพื่อจะแก้ปัญหาที่ตรงจุดต้องยอมรับปัญหาที่เกิด เราจะแก้ไขปัญหาทุนผูกขาดที่เอาเปรียบประชาชนได้อย่างไร หากไม่แก้ไขปัญหาระบบทุนอุปถัมภ์ เราจะใช้งบประมาณของประเทศได้อย่างไร ถ้าอำนาจอยู่ที่บุคคลส่วนกลาง แต่ผู้มีอำนาจไม่เคยมองเห็นความลำบากที่แท้จริง

"ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง" การมองปัญหาจากความจริงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราต้องกล้าเผชิญหน้า คิดอย่างเป็นระบบและทำงานป็นทีม ซึ่งสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ไม่ใชสงคราม แต่เป็นกบที่ถูกต้มอยู่ในน้ำที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว การบริโภคในประเทศอ่อนลงทุกที หนี้สินในประเทสเพิ่มสูงขึ้น คุณภาพการศึกษาเสื่อมลง ถึงแม้ว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่น้ำเดือดอยู่ แต่น้ำเดือดขึ้นทุกที สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยผู้นำเพียงคนเดียว หลายปัญหาเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับผู้นำประเทศ ทางออกที่ชัดเจนจำเป็นที่จะต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ เราต้องกล้าชนกับโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม หลายปัญหาสะสมมาเป็น 10 ปี เราต้องรับฟังและยืนยันในการตัดสินใจบนหลักการชอบธรรมของผู้ที่เสียเปรียบ แต่ก็ใช้เพียงความรู้สึกไม่ได้ แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบและรัดกุม ผู้นำคนต่อไปจำเป็นต้องใช้ความรู้และเทคโนโลยีต่างประเทศมาประยุกต์กับสังคมไทย ถ้าเราเลือกทิศทางและข้อมูลที่ถูกต้อง คิดอย่างเป็นระบบและเป็นทีม ผมจะเป็นายกที่พาประเทศไทยไปข้างหน้า นี่เป็นภารกิจของชีวิตผม ของสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มีความฝันเหมือนกันกับผม

"ตั้งแต่เราเป็นเด็กจนโต ทุกท่านคงได้ยินคำพูดที่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่ไม่มีใครเคยบอกว่าเราจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ถีงเวลาแล้วที่เราจะต้องเป็นประเทศโลกที่หนึ่ง" เราควรเป็นประเทศที่เศรษฐกิจก้าวหน้าได้ โดยที่เราสามารถปรับแต่งเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของเราให้เป็นสากลได้เช่นกัน ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี นี่จะไม่ใช่นโยบายของพรรคอนาคตใหม่ แต่จะเป็นภารกิจของรัฐบาลประชาธิปไตย บนความเท่าเทียมและขจัดความเหลื่อมล้ำ มันจะดีแค่ไหนที่สามารถส่งต่อประเทศเราให้กับลูกหลานที่เป็นประชาธิปไตยเท่ากัน ไม่มีรัฐประหาร 

"เราจะส่งเสริมให้มีการตรวจสอบที่ถ่วงดุล มีระบอบพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขควบคู่กับประชาธิปไตย เราต้องช่วยให้ ส.ส. เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ใช่เป็นตัวแทนของนายทุนหรือทหาร ให้รัฐสภาไม่ใช่สถานที่ที่ผู้คนสิ้นศรัทธาและเอือมระอา ทั้งหมดนี้คือภารกิจประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ ผมธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจจึงพร้อมที่จะเป็นนายกแห่ความจริง นายกรัฐมนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลงที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า" นายธนาธรกล่าวทิ้งท้าย...

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 43