อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

ปชป.-ภท.ไร้ท่าทีขึ้นอภิปรายแคนดิเดตนายกฯ

2 ขั้วชงชื่อ“ประยุทธ์-ธนาธร”ชิงนายกฯ อภิปรายเดือด “พรเพชร”ถึงกับมึน เจอพท.เดินเกมตีรวน รุมถล่มคุณสมบัติ “บิ๊กตู่” ขณะที่เด็กพปชร.ชู 6 คุณสมบัติต้องหนุน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ วอนเลิกสร้างวาทกรรมสืบทอดเผด็จการ  พุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 16.40 น.

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ร่วมทำหน้าที่ประธานในการประชุม โดยก่อนการลงมติดังกล่าวได้มีการเปิดอภิปรายคุณสมบัติหรือคุณสมบัติต้องห้ามของนายกรัฐมนตรี

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้อภิปรายสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยกคุณสมบัติ 6 ข้อคือ 1.เป็นผู้กอบกู้สถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศไทย 2.มีภาวะความเป็นผู้นำสูง กล้าตัดสินใจเด็ดขาด 3.มีความอดทนเสียสละ 4.เป็นคนติดดิน ประชาชนเข้าถึงพึ่งได้ 5.ดูแลประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และ 6.จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามากอบกู้สถานการณ์ที่ไม่ปกติในช่วงที่ประเทศเกิดความขัดแย้ง ทำให้ประเทศไทยมีความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา โครงการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าที่ไม่มีรัฐบาลไหนทำได้สำเร็จ และเมื่อครั้งที่พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่เขตคลองเตย ก็เข้าไปสัมผัสชีวิตของคนในชุมชนคลองเตยอย่างที่ไม่มีผู้นำคนไหนทำมาก่อน อย่างไรก็ตาม ขอร้องว่าอย่าสร้างวาทกรรมสืบทอดเผด็จการ เพราะทุกคนเข้ามาในกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด พล.อ.ประยุทธ์มีความรัก ชาติ ศาสนา และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือสิ่งสำคัญที่เราต้องนำเสนอ



โดยส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนต่างอภิปรายโจมตีพล.อ.ประยุทธ์ว่า มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญในการได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 5 ข้อคือ 1.ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 106(6) เรื่องการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ 2.มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมาจากการยึดอำนาจจากประชาชน ทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยวจากกติการัฐธรรมนูญ 3.ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างมากมาย 4.วิธีคิด การบริหารราชการประเทศใช้รัฐราชการเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำให้อนาคตประเทศล้มเหลว สู่หายนะ และ5.การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขัดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในเรื่องที่มาของวุฒิสภา ที่พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้แต่งตั้งส.ว.เพื่อให้มาเลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จึงไม่เห็นชอบที่พล.อ.ประยุทธ์จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ



ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดคำนิยามการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ 4 ข้อคือ 1.ได้รับการแต่งตั้งตามกฎหมาย 2.ได้รับเงินเดือนซึ่งมีการกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา 3.มีอำนาจตำแหน่งหน้าที่และปฏิบัติงานเป็นประจำ และ4.อยู่ในบังคับบัญชากำกับดูแลของรัฐ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์อยู่ในข่ายทั้ง 4 ข้อ จึงอยู่ในข่ายการเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐอย่างชัดเจน แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีคำวินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ แต่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ แต่คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเพียงแค่ผู้ส่งความเห็นไปให้ศาลวินิจฉัยเท่านั้น ไม่ใช่องค์กรที่มีอำนาจชี้ขาด ขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่รัฐฏาธิปัตย์เพราะมีรัฐธรรมนูญแล้ว อำนาจรัฐฏาธิปัตย์ย่อมหมดไป



ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ตามมาตรา 160(5) ข้อ 27 ที่เขียนไว้ว่า การไม่ทำตามหมวด1 ถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง อาทิ การไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าคสช.ยึดอำนาจประเทศ ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ตั้งตนเป็นรัฐฏาธิปัตย์ ปกครองประเทศโดยใช้คำสั่งหัวหน้าคสช. โดยเฉพาะการใช้คำสั่งมาตรา 44 โดยไม่มีวันขัดรัฐธรรมนูญเหมือนพ.ร.บ.ทั่วไป แสดงว่าไม่ยึดมั่นธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเมื่อมีการเลือกตั้งยังเสนอตัวเป็นนายกฯ แสดงให้เห็นว่ามีพฤติกรรมสืบทอดอำนาจโดยใช้กลไกรัฐธรรมนูญปี 60 จึงต้องช่วยกันหยุดยั้งกระบวนการสืบทอดอำนาจที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 และกำลังจะเข้าเส้นชัยในวันนี้        



จากนั้นบรรยากาศในที่ประชุมเริ่มวุ่นวาย ภายหลังจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ขึ้นทำหน้าที่ประธานในการประชุม โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายว่า ส.ว.มีอิสระในการทำหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนใคร ทั้งนี้ สาเหตุที่มีการรัฐประหารในปี 2557 นั้น เพราะบ้านเมืองแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ประชาชนออกมาต่อสู้ เผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ทหารจะออกมาทำรัฐประหาร

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จึงลุกขึ้นประท้วงว่า อย่าใช้คำพูดว่าเผาบ้านเผาเมือง เพราะศาลฎีกามีคำวินิจฉัยแล้ว ทนายความที่ดีไม่ควรพูดจาตีกินแบบนี้
นายเสรี อภิปรายต่อว่า ตนไม่ได้เอ่ยชื่อใคร แล้วท่านมาเดือดร้อนเรื่องอะไร มารับสารภาพทำไม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถือว่ามาตามรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ อย่างไรก็ตาม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงนายพรเพชรว่า ประธานให้เวลากับนายเสรีมากเกินไป หากใครจะชอบเผด็จการ หรือเข้ามาด้วยวิธีพิเศษ ก็ถือว่าเป็นเรื่องของพวกเขา นายพรเพชรจึงสั่งให้นายจิรายุถอนคำว่า “เผด็จการ” นายจิรายุจึงถอนคำพูด โดยระบุว่า ขอใช้คำว่าผู้ชื่นชอบผู้มีบุญคุณแทน ทำให้นายเสรีลุกขึ้นตอบโต้ว่า ตนนิยมเผด็จการประชาธิปไตย นายจิรายุจึงลุกขึ้นตอบโต้บ้างว่า ตนก็ไม่นิยมประชาธิปไตยจอมปลอม    






จากนั้นส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนต่างแสดงความไม่พอใจ และลุกขึ้นประท้วง พร้อมทั้งขอให้นายพรเพชรจำกัดเวลาการอภิปรายของนายเสรีให้เท่าเทียมกับคนอื่น แต่นายเสรียังคงอภิปรายอย่างต่อเนื่องโดยระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ดูมีข้อด่างพร้อยมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ และมีคดีติดตัวหลายเรื่อง ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่างประท้วงกันอีกรอบ เพราะเห็นว่านายเสรียังไม่ยอมหยุดอภิปราย จนเกิดการโต้เถียงกันไปมาระหว่างนายเสรีกับส.ส.พรรคเพื่อไทย เมื่อเหตุการณ์ทำท่าว่าจะบานปลาย นายพรเพชรจึงตัดบทให้นายเสรีหยุดการอภิปราย.

ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดอภิปรายดังกล่าวไม่ปรากฎว่ามีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นอภิปรายแต่อย่างใด.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 39