อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 ตุลาคม 2562

"สนธิรัตน์"รับปมเสียงปริ่มน้ำชี้ชะตารมต.พ้นเก้าอี้ส.ส.

จับตา 5 แคนดิเดต รมต.พปชร.ลาออกส.ส.ปาร์ตี้ลิต์ “สนธิรัตน์”ชี้ปมเสียงปริ่มน้ำ เป็นปัจจัยสำคัญชี้ชะตารมต.พ้นเก้าอี้ส.ส.  แนะควบ2ตำแหน่งเหนื่อยไป รอคณะทำงานเคาะหลักเกณฑ์ เผยสัปดาห์หน้าประสานพรรคร่วมยกร่างฯ รับไม่มีพรรคไหนได้ 100 % พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 เวลา 06.25 น.

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ  นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการพิจารณาหลักเกณฑ์ผู้ที่ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากส.ส.ของพรรคนั้น  ว่า  ต้องดูหลายด้าน เพราะถ้าเสียงปริ่มน้ำมากๆ ก็ต้องดูปัจจัยหลายด้านประกอบกัน จะอยู่ระหว่างการหารือ หากมีการแต่งตั้งครม.แล้ว  ต้องดูว่าบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นส.ส.หรือไม่  รวมถึงการจัดสรรบุคคลไปนั่งในตำแหน่งอื่นๆ เรามีคณะทำงานดูแลเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณาหลักเกณฑ์ต่างๆ ต้องจบภายในเดือน มิ.ย.นี้หรือไม่  นายสนธิรัตน์  กล่าวว่า ไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น เนื่องจากเรายังไม่เห็นร่างหลักเกณฑ์ตรงนี้ ดังนั้น ต้องมีการหารือในคณะทำงานก่อน ส่งเข้าชุดใหญ่ของพรรค เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลจำเป็นต้องยึดหลักการเดียวกับทางพรรคพลังประชารัฐหรือไม่  นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องของแต่ละพรรคพิจารณา

เมื่อถามว่า มีแกนนำพรรค 2-3 คน พูดตรงกันว่าถ้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ต้องลาออกจาก ส.ส. ด้วยนายสนธิรัตน์  กล่าวว่า เรายังไม่มีข้อสรุปถึงขนาดนั้น  อาจเป็นความคิดเห็นของบางพรรคที่ทำแบบนั้น  ส่วนตัวมองว่าต้องดูการบริหารจัดการและดูหมายเหมาะสมเพราะเราต้องวางโครงสร้างการบริหาร เดินไปด้วยกันได้หมด

เมื่อถามว่า กรณีที่เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะต้องนำมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาด้วยหรือไม่ว่า รัฐมนตรีต้องลาออกจากส.ส.  นายสนธิรัตน์  กล่าวว่า จะต้องมองว่าการขยับหรือปรับเปลี่ยน ต้องมีผลต่อการทำงานในสภาด้วย ไม่ได้มองว่าแค่ว่าใครออก ใครเข้า เพียงมิติเดียว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป จนกว่าคณะทำงานจะกำหนดหลักเกณฑ์มาหลักการในการพิจารณาก็ต้องมี ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงสถานการณ์และการบริหารงานแต่ละด้านด้วยอย่าไปยึดหลักว่าต้องซ้ายหรือขวา ต้องดูเป็นครั้งๆไป

“โดยส่วนตัวถ้าเป็นผมคงจะเลือกทางใดทางหนึ่งไม่มีใครอยากอยู่สองทาง เพราะว่ามันเหนื่อยมาก ต้องแยกแยะบทบาท ถ้าผมเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อและได้เป็นรัฐมนตรี ผมลาออกแน่นอน เพราะผมแบกจ๊อบไว้ไม่ไหว แต่เมื่อเป็นเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ ก็ต้องมีวิธีการบริหารงานในสภาด้วย ไม่ใช่จะมาดูว่ามีกี่เสียง ใครต้องออกหรือไม่ออก”นายสนธิรัตน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ถ้ามีหลักเกณฑ์ออกมาว่าต้องลาออกตรงนี้ผู้ที่มีรายชื่อเป็นรัฐมนตรีต้องลาออกทั้งหมดเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ต้องรอคณะทำงานทำเรื่องเสนอขึ้นมาก่อน แล้วนำไปหารือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ก่อนเข้าคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและยอมรับได้

นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับรายชื่อ ครม.ของพรรคพลังประชารัฐนั้น ขณะนี้จบแล้ว  ส่วนตนจะไปนั่งตำแหน่งใดนั้น เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐต่อจากนี้ว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค จำนวน 5 คน ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ,นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ ซึ่งมีชื่อเป็นรัฐมนตรีจะลาออกหรือไม่ เพื่อเปิดทางให้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20 – 24 คือ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายยุทธนา โพธสุธน นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายชวน ชูจันทร์ และนายภิรมย์ พลวิเศษ ได้เลื่อนมาเป็น ส.ส. ซึ่งก่อนหน้านี้มีการหารือกันแบบไม่เป็นทางการว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคคนใดที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องลาออก
 
ขณะที่แหล่งข่าวจาก พปชร.ระบุว่า ตามธรรมเนียมต้องลาออก แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ สามารถโหวตออกเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้ รวมถึงสามารถโหวตไว้วางใจกรณีที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ใน ครม.ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยกเว้นกรณีที่ตัวเองถูกอภิปราย ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ที่อาจมีความผิดได้
 
ขณะเดียวกัน นายสนธิรัตน์  กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายว่า ขณะนี้ถือว่าโผครม.นิ่งแล้ว ตามที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์  จากนี้ก็จะดูเพื่อเตรียมการแต่ไม่ต้องเร่งรีบ เพราะเวลายังมีและให้พรรคร่วมรัฐบาลมีเวลาเตรียมการคาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงความพร้อมว่าจะพูดคุยกันได้เมื่อไหร่  ส่วนทางพรรคพลังประชารัฐจะแต่งตั้งคณะทำงานของพรรคไปพูดคุยอย่างเป็นทางการ  โดยจะนำนโยบายของแต่ละพรรคที่คล้ายคลึงกัน มาจัดทำเป็นหมวดหมู่  แต่ต้องมีความยืดหยุ่น  และลืมคำว่าพรรคไปบ้างหากทุกพรรคคงไม่ได้ถึง100 เปอร์เซนต์ ได้แค่ 40 เปอร์เซนต์ก็ยังดี.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27