อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

พปชร.จ่อขอคุ้มครองชั่วคราวปมหุ้นสื่อฯ อ้างกระทบงานสภา

"หัวหน้าสู้คดีหุ้นสื่อพปชร."บุกศาลรธน.ตรวจสำนวน27ส.ส. จ่อยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ อ้างอาจกระทบงานสภาฯ–รัฐบาลแถลงนโยบายไม่ได้ ยันไม่ใช่เรื่อง 2 มาตรฐาน อย่าเทียบคดี"ธนาธร" พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 16.35 น.

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.  ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.นนทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้รับผิดชอบรวบรวมเอกสารหลักฐาน ต่อสู้คดี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐถือหุ้นสื่อ ได้เข้าตรวจสำนวน คำร้องที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า 41 ส.ส.ที่ถือครองหุ้นสื่อ เข้าข่ายทำให้ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งส.ส.หรือไม่ โดยนายทศพล กล่าวว่า วันนี้มาตรวจสำนวนเพื่อจะได้รู้ว่าสภาฯส่งเอกสารอะไรมาบ้าง จะได้วางแผนการต่อสู้คดีได้ถูก แต่ก่อนหน้านี้เราได้มีการแบ่งกลุ่มคดี เป็นกลุ่มคดีที่มีความเสี่ยง กลุ่มคดีกลางๆ และกลุ่มคดีที่มีความคาบเกี่ยวกัน เพราะวิธีการต่อสู้ในแต่ละกลุ่มคดีไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันทางพรรคได้มีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ถึงวิธีการต่อสู้คดี ในกรณีของส.ส.พรรคนั้นถูกยื่นร้องด้วย รวมถึงก็จะมีการตรวจสอบส.ส.ของ 7 พรรคที่มีการถือหุ้นสื่อด้วย โดยจะมีอีกทีมงานหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการ

นายทศพล กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ที่กลัวคือเมื่อศาลรับคำร้องแล้วจะสั่งให้ ส.ส.ที่ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่คณะทำงานที่ต้องหาเหตุผลว่า กรณีของ 27 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไม่เหมือนกับกรณีอื่น จึงไม่ควรที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็จะมีการเอาข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสิทธินายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร และนายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ จ.อ่างทอง ที่มีความแตกต่างกัน มาพิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงในคดีมีประเด็นใดบ้างที่ศาลฏีการับฟังและไม่รับฟัง อย่างในเรื่องของการจดทะเบียนวัตถุประสงค์ปริษัท ที่หลายคนมีการต่อสู้ว่าใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถ้าเป็นแบบฟอร์มของกระทรวงพาณิชย์จริงก็ควรเป็นแบบพิมพ์มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ในแบบฟอร์มข้อที่ระบุว่าทำสื่อกลับอยู่ในลำดับที่แตกต่างกัน ซึ่งรายละเอียดแบบนี้ยากมากในการต่อสู้ เพราะส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางคนมีถึง 3-4 บริษัท ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องมีการตรวจสอบเอกสารราช โดยได้แจ้งให้ส.ส.แต่ละคนทำรายละเอียดมาแล้ว แต่บางคนไม่เข้าใจอ้างว่ากรอกไปตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ซึ่งในความเป็นจริงอยู่ที่ตัวเราว่าจะจดทะเบียนอย่างไร บางคนเลือกจดไปก่อนทำหรือไม่ทำก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาโดยศาลฎีกามองว่า เมื่อคุณจดทะเบียนวัตถุประสงค์ไว้ เท่ากับมีวัตถุประสงค์จะทำสื่อ ทำให้ขัดรัฐธรรมนูญ อีกทั้งกรณีนี้มีการยื่นผ่านประธานสภาฯ ซึ่งก็ทำหนังสือส่งต่อมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีรายละเอียดของพยานหลักฐาน ไม่เหมือนกับคดีที่ร้องผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่ง กกต.มีการตรวจสอบแล้วว่าโอนหุ้นวันไหน โอนหุ้นเมื่อไหร่ และจ่ายเงินเมื่อไหร่ ดังนั้นเมื่อคดีมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลก็จะต้องวางมาตรฐาน ว่าระหว่างวัตถุประสงค์ที่ระบุในเอกสารราชการ กับสิ่งที่ไม่ได้ประกอบกิจการจริง อะไรฟังได้ไม่ได้ และคาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าก็จะยื่นคำร้องพร้อมเหตุผลเพื่อขอคุ้มครองชั่วครองไม่ให้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ 27 ส.ส. เพราะถ้าหากศาลสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ก็จะได้รับผลกระทบกับการทำงาน เพราะไม่ใช่แค่กระทบถึงการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.เท่านั้น แต่ยังกระทมบต่อการบริหารงานของรัฐบาลด้วย เพราะว่ารัฐบาลยังไม่มีการแถลงนโยบายในสภา

“ผมมีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ 27 ส.ส.ยังสามารถทำหน้าที่อยู่จนจบภารกิจ และไม่อยากให้สังคมเอาไปเปรียบเทียบ กับกรณีสั่งให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หยุดปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐาน เพราะการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในหลายคดีไม่เหมือนกัน การที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาการต่อประชุมสภาฯ แต่ของเรามันจะเกิดปัญหาทางลบยิ่งกว่า คือรัฐบาลจะไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายได้เพราะขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงจะไปเทียบกับกรณีของธนาธร ไมได้ เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน อย่าเอามารวมกัน กรณีหุ้นสื่อของ 41 ส.ส.ที่ถูกพรรคอนาคตใหม่ยื่นต่อประธานสภาฯ  อาจจะคล้ายกัน คือถือหุ้นสื่อ แต่ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน” นายทศพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันศาลรัฐธรรมนูญได้มีการประชุมเมื่อเวลา 13.30 น. และเลิกประชุม เมื่อ 15.20น. โดยที่ประชุมได้พิจารณาวาระทั่วไป และคดีอื่นๆ แต่ไม่ได้มีการวินิจฉัยกรณีหรือลงมติกรณีความเป็นรัฐมนตรีของ 4 รัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เนื่องจากถือครองหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ รวมทั้งไม่มีการพิจารณาคำร้องในคดี 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อแต่อย่างใด

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    52%
  • ไม่เห็นด้วย
    48%

บอกต่อ : 102