อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

พปชร.ขอศาลจำหน่ายคดีหุ้นสื่อ วอน27ส.ส.ได้โอกาสแจง

พปชร.ยื่นขอศาลรธน.จำหน่ายคดี 27 ส.ส. ถือหุ้นสื่อ อ้าง 66 ส.ส.อนค. ยื่นร้องผิดรูปแบบ เหตุกฎหมายกำหนดให้ทำเป็นคำร้อง พร้อมยื่นขอไต่สวน 2 ขยัก ให้โอกาสผู้ถูกร้องชี้แจงก่อนพิจารณารับไม่รับ เหมือนเคส"ธนาธร" พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 เวลา 17.26 น.

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.  ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีหุ้นสื่อ 27 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาจำหน่ายคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ขอให้วินิจฉัยว่า ส.ส.ทั้ง 27 คนของพรรคพปชร.ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถือหุ้นสื่อ และขอให้ศาลไต่สวนว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอและมีมูลที่จะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่ และหากศาลสั่งรับให้ไต่สวนว่าควรที่ศาลจะสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพื่อให้โอกาส ส.ส.ผู้ถูกร้องมีแสดงพยานหลักฐาน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

จากนั้นนายทศพล ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบสำนวนดังกล่าวพบว่า 66 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ยื่นเรื่องนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีการทำเป็นหนังสือ ซึ่งไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 (5) และมาตรา 41 ว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ หรือเรื่องความเป็นส.ส.สิ้นสุดลง ต้องทำเป็นคำร้อง จึงเห็นว่าเมื่อการยื่นคำร้องไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็สมควรว่าศาลรัฐธรรมนูญจะจำหน่ายคดีดังกล่าว แต่ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เรื่องดังกล่าวสามารถพิจารณาได้ก็ขอให้มีการไต่สวน 2 ครั้ง  โดยครั้งแรกเป็นการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาว่ารับหรือไม่รับ เพราะเรื่องนี้เป็นการยื่นมาโดยไม่มีหน่วยงานใดรวบรวมพยานหลักฐานมีเพียงเอกสาร ทั้งที่วัตถุประสงค์ในการจดทะเบียนบริษัทของ 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไม่เหมือนกัน และทั้ง 27 คนไม่ได้มีโอกาสชี้แจง แต่อยู่ๆ ก็มีคนเอาเอกสารมาแล้วบอกว่าผิด ซึ่งถือว่าต่างจากกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกร้องโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งผ่านการชี้แจง การโต้แย้ง มีการหอบเอกสารมาเป็นลัง แต่ประชาชนไม่เข้าใจ คิดว่าเหมือนกัน แต่จริงๆแล้วไม่เหมือนกัน เพราะกรณีของ 27 ส.ส.ไม่ได้ผ่านกระบวนสืบสวนสอบสวน รวบรวม พยานหลักฐาน และไม่มีการชี้แจงเลย เราจึงต้องการเพียงโอกาสในการชี้แจง เราขอโอกาสพิจารณาคดีเหมือนของ นายธนาธร เท่านั้นเอง และถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนและรับเรื่องไว้พิจารณา ก็ให้ไต่สวนอีกครั้งเพื่อให้พิจารณา พยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย ก่อนที่จะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องก่อนจึงจะมีการไต่สวน นายทศพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาอาจจะไม่มีคนขอ และที่ผ่านมาใช้ข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนด แต่ในครั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ที่พึ่งออกมาใหม่พร้อมกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดวิธีพิจารณาคดีไว้ชัด ว่าอะไรที่ยื่นเป็นคำร้อง และอะไรยื่นเป็นหนังสือ ดังนั้นถ้าเราบอกว่าการยื่นคำร้องมันผิดแล้วมีการพิจารณาไป คำวินิจฉัยก็จะผิด ดังนั้นในเมื่อกระบวนการผิดก็ต้องทำให้มันถูกต้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ได้เลย  

เมื่อถามอีกว่าการยื่นคำร้องของ 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะส่งผลต่อ 41 ส.ส.ที่ถูกร้องพร้อมกันหรือไม่ นายทศพล กล่าวว่า หากเป็นเรื่องข้อกฎหมายก็คงมีผลเหมือนกัน แต่หากเป็นเรื่องข้อเท็จจริงจะมีผลเฉพาะตัวกับ 27 ส.ส.เท่านั้น ไม่ได้มีผลไปเอื้อให้กับ  ส.ส.รายอื่นที่ถูกร้อง เพราะถ้าไม่ได้ยื่นคำขอไต่สวนหรือคุ้มครอง ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะไม่ให้ เว้นแต่ในประเด็นข้อกฎหมายถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าผิดก็จะผิดไปทั้งหมด.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    63%
  • ไม่เห็นด้วย
    37%

บอกต่อ : 53