อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562

"ปิยบุตร"รอลุ้นมติศาลรธน. ฟันปมหุ้นสื่อพรรครัฐบาล

“ปิยบุตร”รอลุ้นมติศาล รธน.ฟันปมหุ้นสื่อพรรครัฐบาล ยังหวังกรณี 32 ส.ส. ศาลรธน.จะใช้มาตรฐานเดียวกับ 2 ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ พุธที่ 26 มิถุนายน 2562 เวลา 20.26 น.

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ส.ส.ถือหุ้นสื่อ จำนวน 32 รายและไม่รับคำร้อง 9 ราย ว่า เราตั้งข้อสังเกตว่าดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างจากแนวทางของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งที่พิจารณา แต่เพียงหนังสือบริคณห์สนธิ ดูวัตถุประสงค์เรียงข้อ และมีการตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว 2 ราย ดังนั้นแนวแบบนี้ตนยังไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินแบบใด แต่จากเอกสารที่ออกมานั้นดูเหมือนศาลรัฐธรรมนูญจะบอกว่าไม่ได้ดู แต่เหตุผลในหนังสือบริคณห์สนธิ และความประสงค์จะทำกิจการเท่านั้น แต่ดูว่าประกอบกิจการจริงๆ หรือไม่ สิ่งที่ตนฝากเอาไว้ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อมีการวินิจฉัยลงไปในเนื้อถึงคดีศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ ถ้าหากไม่เหมือน แสดงว่า 2 รายที่ถูกศาลพิจารณาตัดสิทธิ์เลือกตั้งไปแล้ว เขาจะกลายเป็น 2 รายเท่านั้นที่ถูกตัดสิทธิ์ ส่วนรายอื่นใช้เกณฑ์อื่น ต้องฝากให้พิจารณาต่อไป

นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเอาไว้ 32 ราย โดยไม่สั่งให้ยุติการปฎิบัติหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่ากรณี 41 รายที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นไปเป็นการยื่นโดย ส.ส.เข้าชื่อ ไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ในขณะที่คดีของนายธนาธร ผ่าน กกต.มา ขอชี้แจงว่ากรณีของนายธนาธรแม้จะผ่าน กกต.และมีการไต่สวนข้อเท็จจริง แต่การไต่สวนข้อเท็จจริงนั้นมีปัญหาเรื่องมาตรฐานและการไม่ให้สิทธิ์แก่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างเพียงพอ เช่น การเปิดโอกาสให้นายธนาธรไปชี้แจงเพียง 1 ครั้ง มีหนังสือเรียกให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรไปสอบสวน เรียกตอนเช้าแต่หนังสือถึงบ่าย เป็นต้น นอกจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญยังให้เกณฑ์เพิ่มเติมว่าเราจะดูจากใบ บอจ.อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นที่ต้องดูแบบแสดงรายการการประกอบธุรกิจของห้างหุ้นส่วนบริษัท (สสช.1) หรือต้องดูแบบนำส่งงบการเงินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทด้วยว่ามีรายได้จากการประกอบกิจการใด ซึ่งเรื่องร้องนายธนาธรได้มีการส่งเอกสารเหล่านี้ไปที่ กกต.ด้วย ในขณะที่ 41 รายชื่อ ที่ ส.ส.อนาคตใหม่ร้องไปนั้นมีเพียงใบ บอจ. จึงไม่เป็นเหตุอันควรสงสัยได้ว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้องจริง ก็เลยไม่ได้สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่

“อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีการชี้แจงในกรณีการสั่งให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ต้องมีแบบ สสช.1 แบบงบการเงินประกอบ ถ้าพูดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อมีมติกรณีนายธนาธร เราก็จะได้รู้ว่าท่านใช้มาตรฐานนี้ในการดู เราจะได้เตรียมแบบสสช.1 และงบการเงินไปด้วย ดังนั้นจึงอยากเรียนไปยังท่านอื่นๆ ที่อยากจะยื่นคำร้องในเรื่องนี้ ถ้าร้องโดย ส.ส.จะไม่มีการไต่สวน จึงต้องไปร้องที่ กกต.แล้วให้กกต.ส่ง ซึ่งต้องจับตาดูในส่วนที่มีบุคคลจำนวนมากไปร้องรายชื่อซ้ำๆ กับ 41 รายชื่อนี้ที่ กกต.ว่าจะมีการไต่สวนอย่างไร และใช้ระยะเวลาเท่าใด จะใช้เวลา 57 วันเหมือนกรณีนายธนาธรหรือไม่ นอกจากนั้นหากจะร้องขอให้แนบแบบ สสช. 1 และแบบงบการเงินไปด้วยเพระศาลรัฐธรรมนูญได้วางมาตรฐานไว้ให้เราแล้ว อย่างไรก็ตามในกรณี 32 รายเราหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้มาตรฐานเทียบเคียงกับกรณี 2 ส.ส.ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ด้วย” นายปิยบุตร กล่าว

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    13%
  • ไม่เห็นด้วย
    87%

บอกต่อ : 34