อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

"ก.ควบคุมโรค"ยันไทยความเสี่ยงต่ำไร้"คนป่วยอีโบลา"

คร. แจง เหตุ WHO ประกาศ "อีโบลา" เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างประเทศ เหตุพบผู้ป่วยมากลามเมืองหลัก "โกมา"มีเขตแดนติดเพื่อนบ้าน ส่วนไทย ความเสี่ยงต่ำ แต่เข้มมาตรการป้องกัน ติดตาม ระบุ มีคนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าไทย 644 คน ไร้ป่วย ศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562 เวลา 21.14 น.

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวถึงกรณีองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่ประเทศคองโก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,600 คน เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า สาเหตุที่องค์การอนามัยโลก ออกประกาศดังกล่าว เนื่องจากพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศคองโกต่อเนื่อง ตั้งแต่ ส.ค. 2561 กระทั่งล่าสุดพบว่า มีผู้ป่วยกระจายไปยังเมืองโกมา ซึ่งเป็นเมืองหลักที่มีประชากรจำนวนประมาณ 2 ล้านคน เป็นเมืองที่มีเขตแดนติดกับประเทศอื่น และมีสนามบิน ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงที่โรคจะกระจายออกนอกประเทศ องต์การอนามัยโลกจึงได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1.เพื่อจัดการความเสี่ยงด้านสาธารณสุข ไม่ให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาลุกลามไปยังประเทศอื่น และ 2.เพื่อให้สามารถระดมความช่วยเหลือระหว่างประเทศไปยังพื้นที่ระบาด

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่างต่อว่า อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวไมได้มุ่งหวังให้เกิดการกีดกันการเดินทาง แต่เพื่อให้มีการตระหนักและผู้ป่วยจะได้ไม่หลบอยู่ใต้ดิน ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อการควบคุมโรค และการประกาศครั้งนี้ คามเสี่ยงยังอยู่ในพื้นที่คองโก ยังไม่ได้เป็นความเสี่ยงระดับโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ยังคงมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และมีการรายงานเข้าสู่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ทุกครั้งมีการประเมินความเสี่ยง ยังไม่ถึงขั้นต้องประกาศในนามประเทศไทย แต่เมื่อองค์การอนามัยโลกประกาศออกมาเช่นนี้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของไทยเองก็ต้องยกระดับความเข้มข้นมาตรการเดิมที่เคยปฏิบัติมาในสองมิติ ในส่วนของผู้ที่เดินทางจากประเทศที่มีการระบาด จะต้องมีการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวด โดยร่วมมือกับสายการบิน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และท่าอากาศยาน ต้องคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาว่ามีไข้ต้องสงสัยอย่างไรหรือไม่ ระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ต้องสามารถติดตามและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะในช่วงระยะฟักตัวของโรค ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เดินทางมาจากคองโกนับตั้งแต่ ส.ค. 2561 ถึงปัจจุบัน มีจำนวน 664 iาย ตรวจสอบไม่พบผู้ป่วยหรือผู้ต้องสงสัย ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศเสี่ยงหรือมีการระบาด จะต้องทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตัว ทั้งแง่ของการป้องกันโรค การติดต่อของโรค อาการต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มีจำนวนไม่มาก.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24