อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

สภาฯป่วน"สุชาติ"สั่งปิดประชุมหนี

สภาฯ ป่วนก่อนแถลงนโยบาย “สุชาติ”ต้องสั่งปิดประชุมหนี หลังฝ่ายค้านลงทุนช่วย 5 เสียงถึงครบองค์ประชุม “ฝ่ายค้าน” รุมซัดประธานสภาฯ จี้ ขอทำสภาฯ มีมาตรฐาน เหน็บฝ่ายรบ.อย่าขาดประชุมจนทำให้ต้องปิดประชุมสภาฯ เร็วอีก  พุธที่ 24 กรกฎาคม 2562 เวลา 16.16 น.

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนั้น ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือ แต่ปรากฎว่าที่ประชุมหารือไปแล้วเกือบ 2 ชม.องค์ประชุมก็ยังไม่ครบ  ทำให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า เมื่อไหร่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม หรือเป็นเพราะองค์ประชุมไม่ครบหรืออย่างไร อยากให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อจากนายชวนช่วยวินิจฉัยด้วย 

นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงในฐานะวิปรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาที่ประชุมก็เปิดให้หารือเป็นเวลาถึง 3 ชม. แต่มีการปรับลดเวลาลงในภายหลังเหลือเพียง 1 ชม. และวันนี้มีปัญหาของประชาชนจำนวนมาก จึงอยากให้สมาชิกได้อภิปราย ทำให้นายสุชาติต้องไกล่เกลี่ยว่า ขณะนี้เหลือสมาชิกขอหารืออีกฝ่ายละ 5 คนเท่านั้น นายพิเชษฐ์จึงระบุว่า หากหมดจำนวนสมาชิกที่ขอหารือแล้ว ขอให้ประธานฯ ช่วยวินิจฉัยด้วย



จากนั้นเมื่อสมาชิกที่ลงชื่อขอหารือไว้ได้ลุกขึ้นหารือจนครบทุกคนแล้ว นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย จึงลุกขึ้นขอความชัดเจนจากประธานในที่ประชุมเรื่องการนับองค์ประชุมว่า ที่ผ่านมาฝ่ายค้านให้ความร่วมมือเรื่ององค์ประชุมมาโดยตลอด ซึ่งนายชวนเคยวินิจฉัยว่า แม้ว่าสมาชิกจะไม่ได้เซ็นชื่อเข้าประชุม แต่ถ้ามานั่งในห้องประชุมก็ถือว่าเป็นองค์ประชุม สามารถลงมติได้ ซึ่งการประชุมในขณะนี้มีสมาชิกที่ลงชื่อเข้าร่วมประชุม จำนวน 249 คน แต่เป็นเสียงของพรรคฝ่ายค้านประมาณ 5 เสียง จึงทำให้สามารถเปิดประชุมได้ ดังนั้น อยากให้ประธานช่วยวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานด้วยว่า ถ้าหากไม่ได้เซ็นชื่อแล้วมานั่งในห้องประชุมจะถือเป็นองค์ประชุมด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ ในเรื่องของการนับองค์ประชุมนั้นพวกตนจะถือเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล และอยากให้นายสุชาติไปคุยกับนายชวนด้วย เพราะไม่ใช่ว่ารองประธานฯ วินิจฉัยอย่างหนึ่ง แต่ประธานฯ กลับวินิจฉัยอีกอย่างหนึ่ง

นายสุชาติ จึงชี้แจงว่า ตนยึดตามข้อบังคับการประชุม ซึ่งดูที่จำนวนสมาชิกที่มาลงชื่อ หากเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่ามีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมเกิน 249 เสียงแล้ว ตนจะถือว่าครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้เป็นบรรทัดฐานของตน แต่ไม่ทราบว่านายชวนจะคิดเห็นอย่างไร ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับนายชวนอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าตนยึดบรรทัดฐานแบบนี้

นายสุชาติยังได้แจ้งต่อที่ประชุมด้วยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ส่งหนังสือลาออกจากการเป็นส.ส. ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้มีจำนวนส.ส.เหลืออยู่ 497 คน ดังนั้น องค์ประชุมคือ 249 คน 



จากนั้นนายสุชาติได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในส่วนของญัตติต่างๆ ที่จะมีการพิจารณากันนั้น บางญัตติมีสมาชิกลงชื่อขออภิปรายไว้ 20 กว่าคน แต่เนื่องจากสมาชิกบางส่วนอาจจะกำลังเตรียมความพร้อมในการรับฟังการแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันที่ 25 – 26 ก.ค. ดังนั้น จึงขอเลื่อนการพิจารณาญัตติต่างๆ ไปพิจารณาในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะสั่งปิดการประชุมในเวลา 15.15 น.



ในเวลาต่อมา ตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อรวิวัฒน์ ส.ส.เชียใหม่ พรรคเพื่อไทย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย แถลภายหลังประธานสภาสั่งปิดการประชุมทันทีทั้งที่ญัตติที่ญัตติที่เสนอยังถูกอภิปรายในสภาฯ ไม่ครบ 

โดยนายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบที่คราวก่อนนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ระบุว่า ไม่ต้องเซ็นชื่อ แต่หากนั่งในที่ประชุมก็ถือว่าเป็นองค์ประชุม ขณะที่ในวันนี้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 กลับบอกว่าต้องเซ็นชื่อจึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม ซึ่งความเห็นของทั้งคู่มีความย้อนแย้งกัน ดังนั้นขอให้สภาฯ ทำให้เป็นบรรทัดฐาน เพราะขณะนี้สมาชิกปฏิบัติตัวไม่ถูก และขอให้ฝ่ายรัฐบาลอย่าขาดประชุมจนทำให้ต้องปิดประชุมสภาฯ เร็วแบบนี้อีก เพราะวันนี้ฝ่ายค้านเรามานั่งประชุมกันครบ วาระก็มีความสำคัญ เช่น การรายงานผลการปราบปรามยาเสพติด เมื่อเราจะใช้เวทีสภาฯในการอภิปรายประธานกลับบอกว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แล้วชิงปิดประชุม ทั้งที่ฝ่ายค้านก็ไปลงชื่อให้จำนวน 8 คน จนทำให้ครบองค์ประชุมที่จะสามารถประชุมต่อได้แล้ว ท่านจะเอายังไงกันแน่ จะเล่นเกมกันแบบนี้ใช่หรือไม่ ทั้งนี้รัฐบาลต้องจริงใจ ไม่ใช่ว่าไม่อยากประชุมแล้วอยู่ดีๆ ก็ไม่ลงชื่อ  หรือไม่มา หรือนึกอยากจะปิดประชุมก็ปิดประชุม เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในสภายุคประชาธิปไตย

ด้านนายสุทิน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สมาชิกทุกคนงง ทั้งที่องค์ประชุมครบเพราะฝ่ายค้าน 8 คนไปช่วยเซ็นชื่อให้จนครบ แต่เราก็เสียเวลาไปเปล่าๆถึง 6 ชั่วโมง ทำให้ไม่ได้อภิปรายถึง 2 วาระ เพราะประธานสั่งให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อน ทั้งนี้หากมีวาระต่อไปแล้วฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือ องค์ประชุมก็คงไม่พอ จึงขอฝ่ายรัฐบาลว่าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก 



ขณะที่นายโรม กล่าวว่า สภาฯ แห่งนี้ไม่ใช่ของคนๆเดียว แต่เป็นของทุกคน ดังนั้น ประธานอาจจะมีอำนาจตามข้อบังคับ แต่การจะใช้อำนาจในลักษณะที่สื่อสารว่าสภาฯ เป็นของตัวท่านเอง แล้วจะใช้อำนาจไปในทิศทางใดก็ได้นั้น ตนคิดว่าการใช้อำนาจแบบนี้เป็นการทำลายผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขณะที่ญัตติที่เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ มีความสำคัญ เช่น เรื่องอีอีซีที่มีคนที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ รวมถึงปัญหายาเสพติดที่ระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง ดังนั้น การที่ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุมเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะมีวาระเริ่มต้นประมาณ 13.00 น. และมาจบที่ 15.00 น. ดังนั้น ขออย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เพราะนอกจากจะเสียงบประมาณที่ใช้จัดประชุมแล้ว ยังเสียโอกาสที่จะได้แก้ไขปัญหาให้ประชาชนอีก.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 20