อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

แจกแล้ว!น้ำมันกัญชารพ.12แห่ง สธ.ลุยต่อวิจัย10โรคมะเร็ง

“อนุทิน” ควง “สาธิต” รับมอบกัญชาทางกาแพทย์ 4.5 พันขวด กระจายลงรพศ. 12 แห่ง ใช้ในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ เฉลี่ยแห่งละ 300 ขวด ส่งกรมการแพทย์ ลุยวิจัย 10 โรคมะเร็งในหลอดทดลอง รู้ผลใน 3 สัปดาห์ พุธที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 14.12 น.

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.)นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ. และผู้บริหารกระทรวง และผู้บริหารอภ. ร่วมกันแถลงข่าวรับมอบสารสกัดน้ำมันกัญชามาตรฐานทางการแพทย์ ล็อตแรกจากองค์การเภสัชกรรม สู่ระบบการบริการกัญชาทางการแพทย์ โดยเป็นสูตรทีเอชซี (THC) สูงจำนวน 4,500 ขวด ส่วน 2.สูตรซีบดี (CBD) และ3. สูตรที่มีอัตราส่วนของทีเอชซี กับซีบีดี 1:1 จะสามารถส่งมอบได้ภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้ โดยระหว่างการประชุมนายอนุทินได้มีการนำคณะผู้บริหารออกกำลังกาย เพื่อเป็นการยืดเส้นยืดสายด้วย



นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดหลังจากที่ตนและรมช.สาธารณสุขเข้ามาทำงานเพียง 2 สัปดาห์ เพื่อสนองต่อนโยบายเสรีกัญชาทางการแพทย์ แต่เกิดขึ้นจากการที่คนในกระทรวงเห็นประโยชน์ที่ได้จากกัญชา และวางแผนการทำงานกันมานานแล้ว ทั้งนี้ตนยอมรับว่าใหม่ๆ ตนและ รมช. สาธารณสุขใช้คำว่า “กัญชา” ทำให้เกิดแรงต้าน เพราะสังคมไทยถูกปลูกฝังเรื่องกัญชาเป็นยาเสพติดมานาน วันนี้มีการพูดถึงคำว่า “สารสกัดกัญชา” ซึ่งเป็นคนละเรื่องเลย เพราะสารสกัดกัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ และที่องค์การเภสัชกรรมทำออกมาก็ไม่ได้ทำลวกๆ แต่ทำเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรค โดยทำออกมา 3 สูตร 1.สูตรทีเอชซีสูง กล่องสีแดง คือการใช้ต้องมีการกำกับอย่างใกล้ชิด 2.สูตรซีบีดี ถือเป็นพระเอก กล่องสีเขียว ซึ่งจะมีทั้งขนาด 5,10 และ 30 มิลลิลิตร และ3. สูตรที่มีอัตราส่วนของทีเอชซี กับซีบีดี 1:1 กล่องสีเหลือง การใช้เป็นไปตามการวินิจฉัยของแพทย์ว่าใครควรหรือไม่ควรใช้



“จะเห็นได้ว่าไม่มีส่วนไหนเป็นอันตรายต่อประชาชน สังคม เลย หากใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์ไม่มีมึน เมา เพราะฉะนั้น นับว่าเสรีกัญชาทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย และประเทศเริ่มต้นอย่างแท้จริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สารสกัดกัญชาในกล่องนี้คือผลิตภัณฑ์บนดิน มีมาตรฐาน ไม่มีการปนเปื้อน และขอให้หน่วยงานหน่วยงานที่ได้รับผิดชอบดำเนินการผลิตออกมาให้ทันกับตลาด เพราะวันนี้ในประเทศมีความต้องการใช้เยอะ หากพบว่าใช้ได้ผลดีก็จะมีการพิจารณาบรรจุเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติต่อไป” นายอนุทิน กล่าว  



นพ.สุขุม กล่าวว่า สำหรับน้ำมันกัญชาล็อตแรกที่ได้มา 4,500 ขวดนั้น จะให้ทางกรมการแพทย์ไปใช้ในโครงการศึกษาวิจัยจำนวน 600 ขวด ส่วน 3,900 จะกระจายไปยังรพ.ศูนย์ 12 แห่ง คือ รพ.ลำปาง รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ รพ.สระบุรี รพ.ราชบุรี รพ.ระยอง รพ.ขอนแก่น รพ.อุดรธานี รพ.บุรีรัมย์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี รพ.สุราษฎรธานี รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เบื้องต้นเฉลี่ยรพ.ละ 300 ขวด โดยใช้กับผู้ป่วยระยะประคับประคอง ผู้ป่วยที่มีอาการข้างเคียงรุนแรงจากการรับยาเคมีบำบัด เช่น คลื่นไส้ อาเจียนมาก นอนไม่หลับ เป็นต้น โดยให้ฟรีกับผู้ป่วย ตามกลุ่มโรคที่กำหนดเท่านั้น โดยมีที่ขึ้นทะเบียน และเดินทางมาพบแพทย์ด้วยตัวเอง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอื่นที่อาจจะมีการใช้น้ำมันกัญชาอย่างอื่นมาก่อนนั้น ทางแพทย์จะให้คำแนะนำและรายงานผลเข้าระบบด้วย และภายในก.ย.นี้จะเริ่มกระจายน้ำมันกัญชาสูตรตำรับแพทย์แผนไทยในรพ.เด่นชัย จ.แพร่ รพ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ. สกลนคร รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ รพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎรธานี  



ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับสารสกัดกัญชา 600 ขวด จะนำ 100 ขวดไปใช้ในหลอดทดลองเพื่อดูประสิทธิภาพในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งตับอ่อน ส่วนอีก 500 ขวด คาดว่า 2-3 สัปดาห์ก็รู้ผล จะไปทดลองในสัตว์เพื่อดูเรื่องความปลอดภัย สำหรับข้อกังวลเรื่องความเห็นไม่ตรงกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยว่าเหมาะที่จะใช้สารสกัดกัญชารักษาโรคหรือไม่นั้น ได้กำชับกับแพทย์ที่มาอบรมแล้วว่าหากผู้ป่วยที่ไม่มีข้อบ่งชี้ แต่เคยใช้กัญชามาก่อน แล้วยังต้องการใช้น้ำมันกัญชาต่อก็ให้แพทย์ให้คำแนะนำ และช่วยติดตามและรายงานผลด้วย นอกจากนี้ ในวันที่ 8 ส.ค.จะเปิดสายด่วนกัญชา 1165



นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สารสกัดกัญชาทั้ง 3 ตัวได้ขึ้นทะเบียนกัญชาพิเศษเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็ว โดยแพทย์ที่ใช้ต้องมีการรายงานผลกลับมาว่ากับผู้ป่วยโรคอะไร ผลเป็นอย่างไร ถือเป็นข้อมูลรวมระดับประเทศ รวมถึงทำระบบการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม  



นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ล่าสุดได้รับการติดต่อจาก ป.ป.ส.ว่าจะนำกัญชาของกลาง 1,000 กิโลกรัมแห้งมาให้ ซึ่งจากการส่งตรวจพบว่าไม่มียาฆ่าแมลง มีแต่โลหะหนักนิดหน่อย แต่สามารถสกัดออกได้ โดยจะนำมาให้กองพัฒนายาไทยและสมุนไพร ผลิตเป็นน้ำมันกัญชาสูตร นายเดชา ศิริภัทร หมอโดยจะหารือกันในวันที่ 9 ส.ค.นี้.เบื้องต้นคาดว่าน่าจะได้หลายแสนขวด.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14