อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

"สุภา"แจงคดีปาล์มอินโดฯแค่ร่วมสังเกตการณ์ไม่ใช่คนไต่สวน

ประธานป.ป.ช.ลั่นคดีปาล์มอินโดฯ คืบ ด้าน“สุภา” เผยกลางห้องสัมมนาป.ป.ช. ระบุเพียงไปสังเกตการณ์ คนไต่สวนคือฝ่ายป.ป.ช.อินโดฯ  เมินถูกร้องผู้ตรวจฯ ชี้ทุกคนมีสิทธิสงสัย แต่ต้องเชื่อมั่นในองค์กร จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562 เวลา 15.28 น.

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ในระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ ในหัวข้อ “การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสู่ประเทศไทยใสสะอาดทั้งชาติต้านทุจริต ปี 2562”  ในช่วงท้ายของงานสัมมนา มีผู้เข้าร่วมงานสอบถามพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงการเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริต แต่รอบๆ ตัวประธานป.ป.ช.อาจมีคนที่มีพฤติการณ์เกี่ยวพันในคดีลงทุนปลูกปาล์มที่อินโดนีเซียหรือไม่ 

โดยหลังผู้เข้าร่วมงานถามจบ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช. ได้ลุกขึ้นและเดินไปที่โพเดียม เพื่อตอบคำถามดังกล่าว โดยน.ส.สุภา ระบุว่า กรณีที่ถูกพาดพิงนั้นไม่เป็นความจริง เพราะการไต่สวนคดีปลูกปาล์มอินโดนีเซีย เป็นการไต่สวนระหว่างประเทศ โดย ป.ป.ช.ไทย ต้องส่งคำถามที่จะไต่สวนพยานให้กับ ป.ป.ช.อินโดนีเซียเสียก่อน หลังจากนั้นเดินทางไปที่สำนักงานป.ป.ช.อินโดนีเซีย ฝ่าย ป.ป.ช.ไทย และฝ่ายอัยการ เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ไม่มีสิทธิตั้งคำถาม และการถามคำถามเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.อินโดนีเซีย จึงนึกไม่ออกว่ามีการกล่าวหาให้สินบนพยานจะทำได้อย่างไร ขณะเดียวกันได้ตรวจสอบกระแสข่าวที่อ้างว่าได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจอินโดนีเซียนั้น ไม่พบว่ามีการร้องทุกข์ดังกล่าว ยืนยันว่าคณะกรรมการป.ป.ช. ทำงานหนักกันทุกคน

ภายหลังการสัมมนาน.ส.สุภา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีนี้เพียงสั้นๆ ว่า เป็นเรื่องปกติที่ ป.ป.ช. จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ต้องไปดูในข้อกฎหมายว่าการฟ้องร้องดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายชัดเจนหรือไม่ เพราะในบางกรณีหาก ป.ป.ช. นิ่งเฉยไปเสียหมด ประชาชนจะสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ประธานสภาหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทยร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของป.ป.ช. ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งกระทบต่อส่วนตัว และป.ป.ช. จะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการอย่างไรหรือไม่ น.ส.สุภา กล่าวว่า คงไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์สงสัย ต้องเชื่อมั่นในองค์กร

ทั้งนี้พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีปลูกปาล์มอินโดนีเซียว่า เท่าที่ทราบมีอยู่ 5 สำนวน เบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว และบางทีอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม หากพบผู้กระทำผิดเพิ่ม ทั้งนี้กระบวนการของเราค่อนข้างให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาอย่างมาก เปิดโอกาสให้ชี้แจง ขอตรวจพยานหลักฐาน หรือขอขยายเวลา ให้โอกาสหมด แม้แต่เมื่อถูกชี้มูลไปแล้ว ถ้าเป็นเรื่องทางวินัย ให้ผู้บังคับบัญชามีสิทธิขอทบทวนได้ ส่วนคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะยกคำร้อง หรือรับไว้พิจารณาต้องดูว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่ ดังนั้นการทำงานตามกระบวนการขั้นตอน อาจทำให้ดูเหมือนคดีล่าช้า แต่จริง ๆ ให้โอกาสมาก

ส่วนกรณีที่อดีตประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ น.ส.สุภา และป.ป.ช. ว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ และตรวจสอบแล้วไม่ได้รับการยืนยันข่าวว่ามีการร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.สุภา ที่อินโดนีเซีย แต่อาจเป็นเรื่องกระบวนการอาญาของอินโดนีเซีย ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากมีผลกับ ป.ป.ช. การติดต่อจะต้องแจ้งมาทางช่องทางระหว่างประเทศ เหมือนตอนที่ ป.ป.ช. ไปไต่สวนพยานที่อินโดนีเซีย ต้องทำเรื่องขอความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศผ่านอัยการสูงสุด (อสส.) ส่วนเรื่องการไต่สวนพยานที่อินโดนีเซีย ป.ป.ช.ไทย ไม่มีอำนาจไปดำเนินการ เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.อินโดนีเซีย

เมื่อถามว่าความพยายามร้องเรียน น.ส.สุภา จะกระทบการไต่สวนคดีปลูกปาล์มอินโดนีเซียหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ไม่กระทบ อาจทำให้ต้องมาตรวจสอบเรื่องราวต่าง ๆ และดูข้อกฎหมาย แต่เบื้องต้นยังไม่กระทบอะไร อาจทำให้สังคมมองได้หลายทาง อาจเสียเวลาที่จะต้องมานั่งชี้แจงหรืออะไรต่าง ๆ 

เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวนี้เหมือนทำลายความน่าเชื่อถือของป.ป.ช. หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า เป็นปกติ เนื่องจากเป็นคดีสำคัญระหว่างประเทศ มีความเสียหายจำนวนมาก ผู้ที่ถูก ป.ป.ช. กล่าวโทษต้องพยายามชี้แจง นำพยานหลักฐานในส่วนของเขามา ป.ป.ช. ให้โอกาสเต็มที่ เป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้กันในพยานหลักฐานและคดีต่าง ๆ มองว่าเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเรื่องใหญ่ยิ่งเจออะไรแบบนี้ เป็นของธรรมดา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้หวั่นไหว เป็นส่วนหนึ่งของวิถีการทำงานของ ป.ป.ช. อยู่แล้ว

เมื่อถามความคืบหน้าคดีนี้กี่เปอร์เซ็นต์แล้วนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คราวที่แล้วที่บอกไปว่าเกิน 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว บางเรื่องไปไกลแล้ว ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ สัญญาว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบ

เมื่อถามว่า สาเหตุที่คดีนี้ค้างอยู่ เพราะผู้ถูกกล่าวหาไปฟ้องต่อศาลหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คดีนี้มีทั้งฟ้องที่ศาลไทย ทำให้กระบวนการนี้ชะงักหมด ดังนั้นต้องมาดูว่าคนที่ถูกฟ้องมีผลต่อการไต่สวนหรือไม่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีผลต่อคดีอย่างไร ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม บางเรื่องอาจต้องถอนตัว ต้องดูหมด ถ้าทำคดีครบถ้วน แต่ไปแพ้เพราะพลาดจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องระวัง.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%