อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

'ชัยวัฒน์'โวย'อดีตลูกน้อง'ถูกขู่ ขอกรมอุทยานฯคุ้มครอง

“ชัยวัฒน์”แจ้งความ”อดีตลูกน้อง”ถูกข่มขู่คุกคาม ขอความคุ้มครองจากกรมอุทยานฯ ศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 15.47 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 9 จ.อุบลราชธานี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้รายงานต่อนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรื่องขอความคุ้มครอง กรณีเจ้าหน้าที่ถูกข่มขู่ คุกคาม ให้คำมั่นสัญญาเจ้าหน้าที่ที่ให้ถ้อยคำปรักปรำตนในคดีนายบิลลี่ โดยระบุว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะที่ตนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่ามีบุคคลอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจานให้การปรักปรำว่า ตนขณะที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน เป็นตัวการฆ่าบิลลี่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจานคนดังกล่าว

"ขอเรียนว่ากรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นการข่มขู่ คุกคาม ให้สัญญาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกายและเสรีภาพส่วนบุคคล และจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้กรมอุทยานฯแจ้งประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีในการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดังกล่าวตามกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานบุคคล และหากมีการเรียกสอบสวนพยานบุคคล หรือดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ขอให้ดีเอสไอแจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯเพื่อทราบ และเป็นการประสานตามขั้นตอนกฏหมาย โดยเบื้องต้น สบอ.9 ได้มอบหมายให้นายวินัย บัวศรี หัวหน้ากลุ่มงานกฏหมายนำเรื่องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอุบลราชธานีแล้ว"นายชัยวัฒน์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารประกอบการแจ้งความลงบันทึกประจำวันนั้น นายชัยวัฒน์ได้แนบไฟล์คลิปเสียง ที่ระบุว่า "เป็นคลิปเสียงดาบเท่งขู่ภรรยาเจ้าหน้าที่ ในคดีบิลลี่หายตัวบีบให้รีบเป็นพยานและ ปล่อยข่าวว่าหัวหน้าอี่(ชื่อเล่นนายชัยวัฒน์) ขู่ฆ่าไอ้แทน และเอกสารชี้แจงวันเหตุเกิด ซึ่งระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2562 ที่ อ.ท่าแซะ จ. ชุมพร เป็นบ้านของ นายบุญแทน บุษราคำ พนักงานงานราชการ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า ปฏิบัติหน้าที่ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพร ซึ่งนายบุญแทน ฯ เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่กับข้าพเจ้านายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ขณะเกิดเหตุการณ์ ควบคุมตัว นายบิลลี่ ก่อนปล่อยตัวไป ต่อมาบิลลี่หายตัวไปจนกระทั่ง ดีเอสไอ ได้พบกระดูก แล้วตรวจไมโตคอนเดรียพบความสัมพันธ์กับแม่ บิลลี่ จึงสรุปว่า บิลลี่เสียชีวิตแล้ว ดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ และเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ปรากฏว่ามี เจ้าหน้าที่ ตำรวจนายหนึ่งชื่อดาบเท่ง อ้างตนเองว่าเป็น ตร. สืบสวนภาค 7 กอง 2 เข้าไปคุยกับภรรยาของบุญแทนที่บ้าน

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ฟังจากเทป สงสัยว่า นี่คือวิธีการ สืบสวนสอบสวนของ เจ้าหน้าที่ ของรัฐหรือ นี่มันคือการคุกคาม ข่มขู่ ใส่ร้ายใส่ความ หมายเอาชีวิต ของ เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตนทำหน้าที่ มีกฏหมาย มีระเบียบ มีวินัย และข้อบังคับ ให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมโปร่ง มีคุณธรรม จรรยาบรรณของผู้ใช้กฏหมาย วันนี้จึงมอบอำนาจให้ฝ่ายกฏหมายไปแจ้งความลง ประจำวัน เรื่อง ขอความคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ ถูกข่มขู่ คุกคาม ฯ ต่อ พนักงานสอบสวน สภอ เมืองอุบลราชธานี จ .อุบลราชธานี และ รวบรวมเอกสาร พร้อมคลิปเสียงและภาพตัวบุคคลที่ไปคุกคาม ข่มขู่ ภรรยาของ นาย
บุญแทน บุษราคัม ที่บ้านอำเภอท่าแซะ จ ชุมพร

"ดาบเท่ง อ้างว่าเป็น ตำรวจสืบภาค 7 แต่ไม่ทราบว่า รับงานใครมาหรือ ดีเอสไอ รู้เห็นด้วยหรือไม่ ดาบเท่ง ได้เข้าไปคุยกับ ภรรยาบุญแทน ใช้คำพูดว่า ตอนนี้ ได้ข่าวว่า หัวหน้า อี่(ชัยวัฒน์) ขู่ฆ่าบุญแทน"ให้ระวังตัว และยังเกลี่ยกล่อมให้บุญแทนมามอบตัว ให้ชิงมาสารภาพ แล้วจะมีการคุ้มครองพยาน แถมยังได้เงินในการคุ้มครองพยานอีกด้วย ส่วนเงินเดือนบุญแทนยังรับเต็มเดือน 1 ถ้านายบุญแทน ถูกยิงตายนั้นหมายถึง นายชัยวัฒน์ เป็นคนทำ"

กรณีก็คงใช้ไม่ต่างกับกรณี บิลลี่หายตัว 2 ถ้านายบุญแทน ถูกนำตัวไปทรมานให้ยอมรับ แล้วต้องถูกบังคับให้เซ็นเอกสาร ว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ทีมงาน สืบสวนนี้ต้องการ ขณะนี้ ดาบเท่งยังวนเวียนอยู่ที่บ้าน ภรรยานายบุญแทน ถ้าดีเอสไอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการ ไปให้ดาบเท่ง กลับมาด่วน แล้วทุกคนที่เหลือ จะเป็นอย่างไร ทั้งที่ ทุกคนไม่ได้กระทำอย่างที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ทำอยู่ พยายาม นำเสนอการได้มาของวัตถุพยาน ฉะนั้น พยานที่เคยถูกสอบสวนก่อนหน้านี้ จะโดนกระทำแบบนี้ ด้วยหรือไม่ ผมว่าการสอบสวนคงไม่ต่างกัน ที่ทราบมา มีการสอบสวน แต่ละคน แต่ละครั้ง นั้นหลายหน หลายครั้ง และหลายๆ ชั่วโมง จนมีข่าวว่า บางคนกลับคำให้การ ผมจึงขอความเป็นธรรม ต่อหน่วยงานที่กำลังหาหลักฐานในขณะนี้ ให้ทำอย่างโปร่งใส่ ให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในการสอบสวนหาข่าว"นายชัยวัฒน์ กล่าว และว่า ต่อจากนี้ ตนต้องทำหนังสือ ถึงผู้บริหาร เพื่อขอคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นกัน และ พวกเราเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมให้ความร่วมมือ ในการที่จะให้ข้อมูล แต่ขอให้ ทำหนังสือ ผ่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเรียก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ แต่อย่าใช้วิธีการแบบนี้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 26