อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

'บิ๊กตู่'ควักเอง1แสนช่วยน้ำท่วม รับงบฯติดขั้นตอนเบิกจ่าย

“บิ๊กตู่”ควักเอง 1 แสนบาท บริจาคช่วยน้ำท่วม กำชับเจ้าหน้าที่ใช้เงินบริจาครอบคอบอย่าใช้ครั้งเดียวหมด แจงยังเบิกจ่ายไม่ได้ อ้างติดกฎเกณฑ์กติกา-ขั้นตอน “อนุพงษ์”ขอขรก.ตั้งใจทำงานช่วยปชช.น้ำท่วมหากบกพร่องขอโทษ-อย่าแก้ตัว  ยันงบประมาณช่วยไม่มีปัญหาเพียงพอ   อังคารที่ 17 กันยายน 2562 เวลา 09.32 น.


เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมบริจาคเงินส่วนตัว จำนวน 100,000 บาท เพื่อเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรี เชิญชวนคนไทยส่งความห่วงใยถึงกันผ่านรายการ “ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม” พร้อมเกาะติดสถานการณ์พร้อมมาตรการเยียวยาฟ้าหลังฝนและเปิดรับบริจาคผ่านทาง ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ในวันเดียวกันนี้ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในการจัดสรรเงินงบประมาณหรือเงินบริจาคลงในแต่ละพื้นที่ที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จะต้องดูให้ละเอียดและรอบคอบโดยเฉพาะหลักเกณฑ์ กฎระเบียบต่างๆที่มีอยู่ซึ่งแต่ละครอบครัวก็อาจจะได้รับเงินช่วยเหลือไม่เท่ากัน ต้องดูถึงความเดือดร้อนว่าได้รับมากน้อยแค่ไหน และถึงแม้บางคนที่จะไม่เข้าหลักเกณฑ์เราก็ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เพราะได้รับความเดือดร้อน

“ในส่วนของเงินที่ได้รับบริจาคมานั้นจะต้องพิจารณาและดูแลให้รอบคอบซึ่งเงินบริจาคเหล่านี้จะใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในขณะที่ที่งบภาครัฐยังไม่สามารถเบิกจ่ายไม่ได้ เนื่องจากเรามีกฎเกณฑ์และกติกากำหนดทุกคนที่ได้รับการช่วยเหลือจะมีหลักเกณฑ์ระบุไว้อย่างชัดเจนทั้งเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายพื้นที่ทำกินได้รับผลกระทบรวมทั้งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ก็จะต้องดูแลอย่างเต็มที่แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อได้เงินบริจาคมาแล้วเราจะนำไปบริจาคทั้งหมดภายในครั้งเดียว”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



 
ด้านพล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน ว่า สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ภาคอีสาน ยังคงมีน้ำท่วมหนัก 4 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด ซึ่งการดำเนินการดูแลประชาชน ตนจะไม่ให้ข้าราชการแก้ตัว เพราะหน้าที่ของข้าราชการต้องตอบสนองประชาชนให้ได้มากที่สุด  ขณะนี้เท่าที่ได้ติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งตนได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดไปว่าขอให้ปรับแผนให้ดี  เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ถ้ามีปัญหาอะไร ต้องพยายามสอบถามประชาชน  ดังนั้นเราไม่ต้องหาข้อแก้ตัว ทางพื้นที่ต้องมีแผนในการดำเนินการ ยืนยันว่าทุกคนตั้งใจทำงาน อาจมีหลุดหูหลุดตาไปบ้าง แต่ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุด

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนในพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงแล้ว คาดการณ์ว่าถ้าไม่มีฝนตกเพิ่มในระยะเวลาอันใกล้นี้ ช่วงปลายเดือนระดับน้ำจะลดลง ได้มีการระดมจิตอาสา ประชาชน และหน่วยราชการ ช่วยกันทำความสะอาด ส่วนงบประมาณในการฟื้นฟูจะมาจากหลายแหล่ง เช่น เงินจากท้องถิ่น งบประมาณจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และงบประมาณจากทางจังหวัด โดยยึดหลักการว่าต้องทำให้ประชาชนกลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด และจะต้องมีการช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนให้เร็วที่สุด หากงบประมาณไม่เพียงพอ จะของบบริจาคของทางรัฐบาลเพิ่มเติม ขณะที่การช่วยเหลือเรื่องการประกอบอาชีพ พื้นที่ไร่นาน่าจะได้รับความเสียหายเกือบ 3 ล้านไร่ ก็ต้องมีการสำรวจโดยคณะกรรมการของทางอำเภอและจังหวัด  ใช้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการช่วยเหลือตามเกณฑ์ เราจะจ่ายเงินเองโดยไม่ประเมินไม่ได้  เพราะจะเป็นช่องทางในการทุจริต หรือทำให้เกิดการดูแลไม่ทั่วถึง

เมื่อถามว่า แม้ภาครัฐจะพยายามช่วยเหลือแค่ไหน แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานล่าช้า พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร อย่างที่ตนบอกแล้ว ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาแก้ตัว ต้องเข้าไปทำงานอย่างเดียว เราต้องดูแลพื้นที่ให้ดี ทำ หากมีอะไรขาดตกบกพร่องก็ต้องให้ปลัดอำเภอเป็นผู้ดูแล ซึ่งเราต้องสอบถาม เพราะบางครั้งชาวบ้านเขาทนได้ก็ทน ไม่ปริปากบ่น  ตอนนี้มีคนเดือดร้อนอยู่ ประชาชนที่บ้านเรือนเสียหาย  มีความอัดอั้น เราเป็นข้าราชการต้องดูแล จะไปบ่นหรือว่าเขาไม่ได้ หากขาดตกบกพร่องก็ขอโทษไป ไม่ต้องไปแก้ตัว  ตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้ดีที่สุด.
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 19