อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

ฟัน'ผอ.ทสจ.ภูเก็ต'รับรองเอกสารสิทธิ์เขตป่าสงวนฯ

ป.ป.ท.ชี้มูล'ผอ.ทสจ.ภูเก็ต'ผิดวินัยร้ายแรง ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่และทำให้รัฐเสียหาย ครั้งเป็นจนท.บริหารงานป่าไม้ 6 กรมป่าไม้ ร่วมออกเอกสารสิทธิ์น.ส. 3 ก.ในเขตป่าสงวนฯเทือกเขากมลา ส่ง อ.ก.พ.กระทรวงฯ ฟันวินัยโทษปลดออกหรือไล่ออก พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 06.30 น.


เมื่อวันที่ 17 ก.ย.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ได้ทำหนังสือถึงนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแจ้งผลการไต่สวนข้อเท็จจริงและแจ้งมูลความผิดวินัย นายณฐวรรณ จำลองกาศ เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 6 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด(ทสจ.) ภูเก็ต ว่า มีความผิดวินัยร้ายแรงตามมาตรา 82 มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 กรณีละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทำให้รัฐเสียหาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2545 โดยร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 3 รายร่วมกันออกเอกสารสิทธิ์หนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส. 3 ก.) เลขที่ 1815 เลขที่ดิน 124 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งออกมาจากแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน(ส.ค.1) เลขที่ 156 หมู่ที่ 3 ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เนื้อที่ 33 – 1 – 02 ไร่ ซึ่งมีข้างเคียงด้านทิศเหนือและด้านทิศตะวันออกแจ้งจดป่าและตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา ซึ่งจะต้องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43(พ.ศ.2537)

แต่ปรากฏว่านายณฐวรรณ จำลองกาศ เจ้าหน้าที่บริหารงานป่าไม้ 6 กลับให้ถ้อยคำว่าที่ดินดังกล่าวไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขากมลา เพื่อจะไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินตามกฎกระทรวงฉบับที่ 43(พ.ศ.2537) นอกจากนี้ ยังอ้างว่าที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไม่ใช่พื้นที่ป่าสงวนฯ แล้วจึงเป็นการรายงานข้อเท็จจริงไม่หมด ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงนายณฐวรรณ ควรต้องคัดค้านการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แต่กลับไม่ทำ เพื่อให้มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว พฤติกรรมดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยกระทำเป็นกระบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำและทำให้เสียหายแก่ที่ดินของรัฐ เนื่องจากที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ

ดังนั้น นายณฐวรรณ มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 82 และมาตรา 85 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ส่วนความผิดอาญา มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่เนื่องจากคดีขาดอายุความตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2560 คดีระงับไป และให้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาลงโทษทางวินัยแก่นายณฐวรรณ ตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับเรื่อง โดยไม่ต้องดำเนินการสอบสวนทางวินัยอีก และเมื่อได้ดำเนินการลงโทษทางวินัยแล้ว ขอให้ส่งคำสั่งลงโทษไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ออกคำสั่งด้วย

ทั้งนี้ ทส.ได้รับหนังสือ จาก ป.ป.ท.และพิจารณาตรวจสอบแล้วเห็นว่านายณฐวรรณ ได้กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 97 วรรคสอง และส่งเรื่องการดำเนินการทางวินัยให้ อ.ก.พ.กระทรวงฯ พิจารณาโทษแล้ว โดยมาตรา 97 วรรคสอง ระบุว่า ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษลงต่ำกว่าปลดออก

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส.กล่าวว่า ได้ส่งเรื่องให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯแล้วเพื่อให้ความเห็นชอบนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ.กระทรวง ซึ่งจะมีการประชุมเร็วๆ นี้เพื่อลงโทษทางวินัยร้ายแรงตามกฎหมายต่อไป ส่วนที่ดินดังกล่าวที่ออกโดยมิชอบได้ส่งให้กรมที่ดินเพิกถอนแล้ว.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 29