อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

'ปิยบุตร'วินิจฉัยโรค'บิ๊กตู่' ไม่แยแสรธน.-ไม่รับผิดชอบ

"ปิยบุตร"อภิปรายปมถวายสัตย์ฯ วินิจฉัยโรค"บิ๊กตู่" ไม่แยแสรัฐธรรมนูญ-ไม่รับผิดชอบ ต้องลาออกพ้นนายกฯสถานเดียว  ตั้งฉายา"วิษณุ" "บิดาแห่งข้อยกเว้น" ฝ่ายค้านแนะ 2 แนวทางแก้ตัวปมถวายสัตย์ไม่ครบ พุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 13.20 น.


เมื่อวันที่ 18 ก.ย.  ที่รัฐสภา​  นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวอภิปราย ตอนหนึ่งว่า  ตนพร้อมรับผิดชอบต่อการหยิบยกเรื่องที่นายกรัฐมนตรีนำครม.กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน เพราะถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ และจะมีผลให้ครม.ยังไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งได้ แต่ตนไม่แน่ใจว่านายกฯจะกล้ารับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองหรือไม่ ซึ่งถ้าในวันที่ตนหยิบยกมาหารือในระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายกฯยอมรับเรื่องนี้ก็คงจะได้หาทางแก้ไขให้มีความถูกต้องไปตั้งแต่ตอนนั้น  อย่างไรก็ตาม การที่ตนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา มีเจตนาแค่ต้องการความชัดเจน ไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล และการอภิปรายของตนได้ประโยชน์ต่อคณะรัฐมนตรีและประโยชน์ทางวิชาการ  โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดว่าบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ ต้องปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่  

ดังนั้นการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มีความสำคัญ 3 ข้อ คือ 1.เป็นเงื่อนไขก่อนการรับหน้าที่ โดยการนำรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นเงื่อนไขบังคับเพื่อให้จะได้มีเส้นแบ่งให้ชัดว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีชุดที่แล้วจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ และรัฐมนตรีใหม่จะเข้ารับหน้าที่วันไหน  2.การถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นการยืนยันหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จึงมีการกำหนดถ้อยคำที่ว่า “ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ” 3.การถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นการให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์และประชาชน ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญไทยเกือบทุกฉบับจะเขียนว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เพื่อยืนยันว่าประชาชนชาวไทยคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย ขณะที่พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชน  



นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่แล้ว ได้นำครม.เข้าถวายสัตย์รวม 5 ครั้ง ซึ่งมีการกล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ครบถ้วนทุกครั้งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยนายกฯอ่านตามเอกสารที่เป็นบัตรแข็งซึ่งอยู่ในแฟ้มที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรียื่นให้ในพิธี แต่เมื่อเป็นรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้นำครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 16 ก.ค.2562 กล่าวถ้อยคำไม่ครบถ้วน และไม่ได้อ่านจากเอกสารบัตรแข็ง แต่เป็นการหยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าเสื้อของท่านแล้วนำอ่าน ในเมื่อข้อเท็จจริงระบุชัดว่าท่านกล่าวถ้อยคำไม่ครบ ก็ต้องหาทางแก้ไข มิฉะนั้นจะทำให้เกิดผลประหลาดในอนาคต อย่างเช่น ถ้านายกฯนำรัฐมนตรีใหม่กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ก็ได้อย่างนั้นหรือ หรือจะปรับเสริมเติมแต่งถ้อยคำก็ได้อย่างนั้นหรือ  

นอกจากนี้ ตนมองว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบเป็นส่วนหนึ่งในอาการของโรคที่เรียกว่า "โรคไม่แยแสรัฐธรรมนูญ" คือนายกฯไม่ให้ความสำคัญกับหรือไม่แยแสรัฐธรรมนูญ และแสดงถึงพฤติกรรมของการไม่รักษารัฐธรรมนูญ โดยท่านมองเป็นเพียงแหล่งอำนาจหรือเครื่องมือในการใช้อำนาจในการปกครองเท่านั้น ตนจึงอยากเตือนสติพล.อ.ประยุทธ์ว่าตอนนี้ท่านเป็นนายกฯคนใหม่ที่มาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จึงขอให้ท่านยุติพฤติกรรมที่เคยมีหรือเคยชินจากในอดีต แต่ต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ  นอกจากนี้ กรณีนี้ยังแสดงถึงอาการ"โรคของความไม่รับผิดชอบ" ซึ่งการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ มีทั้งการถูกอภิปราย หรือการถูกถอดถอนจากตำแหน่ง การขอลาออกจากตำแหน่ง หรือการออกมากล่าวขอโทษต่อสังคม  แต่ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายกฯจึงนำครม.เข้าร่วมพิธีรับพระราชทานพระราชดำรัส ที่ทำเนียบรัฐบาล และถูกมองว่าเป็นการแสดงออกวิธีที่ทำให้ประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย  



ดังนั้น ตนขอถามนายกฯว่านายกฯได้อ่านคำถวายสัตย์จากกระดาษแข็งที่เตรียมเองหรือไม่ ท่านได้เขียนถ้อยคำไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เหตุใดท่านจึงไม่อ่านข้อความตามแผ่นกระดาษแข็งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) มอบให้เหมือนทุกครั้ง ถ้ามีรัฐมนตรีคนใดลาออก แล้วจะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่ นายกฯจะต้องนำรัฐมนตรีคนใหม่ไปถวายสัตย์อีกครั้ง นายกฯจะนำถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยข้อความอย่างไร จะอ่านถ้อยตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือจะอ่านตามข้อความที่ท่านเขียนเอง  อีกทั้ง ตนขอถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ผู้ที่สื่อโซเชียลตั้งฉายา"บิดาแห่งข้อยกเว้น" ว่าถ้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีคนต่อๆไป อ่านคำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ ถือว่าทำได้หรือไม่ และในฐานะที่นายวิษณุเคยเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และรองนายกฯ รวมแล้วหลายปี ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาแล้วหลายหน เคยเห็นว่ามีใครเคยทำเหมือนกับพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่

นายปิยบุตร กล่าวว่า  แม้ตนเคยเสนอทางออกให้กับพล.อ.ประยุทธ์ต่อกรณีนี้ว่าให้นายกฯขอพระบรมราชานุญาตเพื่อขอนำครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรอบใหม่เพื่อให้กล่าวถ้อยคำที่สมบูรณ์ แต่ท่านปล่อยเวลาผ่านมาเนิ่นนาน ไม่แสดงความรับผิดชอบ เพิกเฉยต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทำลายความเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชนไปจนหมดสิ้น จึงขอให้นายวิษณุยุติการให้ความช่วยเหลือเรื่องข้อกฎหมายแก่พล.อ.ประยุทธ์ แล้วกลับไปเป็นปูชนียบุคคล แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือขอให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจาตำแหน่งนายกรัฐมนตรี



ด้านนายนิคม  บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนชาวไทย    กล่าวว่า  เมื่อรู้ว่าทำผิดอย่างชัดเจน แต่ยังมารับผิดชอบ  ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านมาหลายเดือน เพราะเกิดความเคยชินในการใช้อำนาจ แต่เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องทำให้ถูกต้องภายใต้รัฐธรรมนูญ   นอกจากนี้การแถลงนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่มีการบอกที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ ทั้งๆรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนต้องบอกที่มา ที่ไปของเงิน

“พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีทำอะไรก็ไม่ผิด  ทำไมใช้อำนาจเหนือคนอื่น  สิ่งที่อยากเสนออยากให้รับผิดขอบ 1.ถวายสัตย์ใหม่ให้ครบถ้วน  2. ต้องมาแถลงนโยบายใหม่ บอกที่มาที่ไปของเงินงบประมาณให้ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญกำหนด  ถ้าทำได้  ฝ่ายค้าน และประชาชน ก็จะให้อภัย แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี”นายนิคม กล่าว

หลังจากหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายได้แล้วก็เริ่มที่ฝ่ายรัฐบาล โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ  อภิปรายใน เรื่อง นี้เป็นพระราชอำนาจ จะไปก้าวล่วงไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่ความผูกพันธ์ศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไร อย่าไปละเลย ซึ่งตนเห็นว่าคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีผลต่อทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายชวน ชี้แจงโดยยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ใช่คำวินิจฉัย แต่เป็นคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ.

  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    87%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 28