อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562

จ่อชงวีซ่า"Medical Visa"ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 

บอร์ดเมดิคัล ฮับ เห็นชอบเพิ่ม2ประเทศ "อเมริกา-ญี่ปุ่น" เข้ารักษาในไทยโดยไม่ต้องลงตราวีซา 90 วัน พร้อมออกวีซ่าใหม่ "Medical Visa" เข้าออกไทยได้หลายครั้ง ไม่เกิน 1 ปี จ่อชงครม.อนุมัติเร็วๆนี้ ตั้งเป้าปีหน้าติด 1 ใน 10 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 16.40 น.


เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ร่วมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ว่า ที่ประชุมมีมติอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวต่างชาติ ที่จะเดินทางมารักษาพยาบาลในไทยตามนโยบายเมดิคัล ฮับ ให้สามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้นาน 90 วันโดยไม่ต้องลงตราวีซา ซึ่งปัจจุบันมี11 ประเทศ คือ รัฐอ่าวอาหรับ 6 ประเทศ กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ได้เสนอเพิ่มเติม 2 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งจะครอบคลุมผู้ป่วยและผู้ติดตามอีก 3 ราย รวมเป็น 4 ราย

นายอนุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเสนอเพิ่มอีก 4 ประเทศ ที่สามารถขอวีซาแบบพำนักระยะยาว 10 ปี คือ เกาหลี เบลเยียม ออสเตรีย และนิวซีแลนด์ จากเดิมที่มี 14 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา รวมเป็น 18 ประเทศ และเพิ่มประเภทวีซาแบบใหม่เป็นประเภทรักษาพยาบาล (Medical Visa) Non - MT ชนิดใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง คราวละไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้สามารถอยู่ประเทศไทยได้นานขึ้น  อย่างไรก็ตาม ยังต้องให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทำเรื่องมาถึงตน เพื่อลงนามและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความอนุมัติเห็นชอบต่อไปด้วย

“จะขอครม.อนุมัติ ยกเว้นการลงตราวีซ่า ในหลายประเทศที่เราเชื่อว่าจะไม่เป็นภัยต่อความมั่นคงของเรา และไม่มีการสวมรวย ไม่มีการแอบแฝงเข้ามาทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศโลกที่ 1 ที่เข้ามาในไทยอยู่แล้ว แต่อาจจะเข้ามาเพียงไม่นาน ก็เดินทางต่อไปประเทศอื่น หากเราทำการขยายเวลาตรงนี้ก็จะทำให้เขาอยู่ในประเทศไทย ใช้จ่ายในประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทยอีกทางหนึ่ง อะไรที่ทำแล้วเกิดความสะดวกต่อผู้รับบริการ เชื่อได้ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรียกลูกค้า เรียกความสนใจได้มากขึ้น ปากต่อปาก ที่สำคัญการให้บริการ เรื่องของคุณภาพมาตรฐานทางการแพทย์ไทยไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว" นายอนุทินกล่าว และว่า ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเข้าไทย 3.42 ล้านครั้ง สร้างรายได้ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.02 จากนี้จะขับเคลื่อนให้เมดิคัล ฮับ ให้ไทยติด 1 ใน 10 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในปี 2020 ส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยวในชุมชน ยกระดับเป็น Healthy Home Stay พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทยไปจำหน่ายต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป

เมื่อถามถึงข้อเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตทุกรายก่อนเข้ามา มีปัญหานักท่องเที่ยวไม่มีประกันเวลาเจ็บป่วยรักษาแล้วตามเก็บค่ารักษาไม่ได้จำนวนมาก นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาบางก็มีนักท่องเที่ยวที่ทำประกันมาเวลาเจ็บป่วยประกันจ่ายให้หมด ส่วนที่ไม่มีประกันแล้วเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไม่ได้ ก็รักษาตามหลักมนุษยธรรม แต่ตรงนี้เป็นส่วนน้อย คงต้องมาว่ากันอีกที ซึ่งปีหนึ่งไม่เท่าไร เรารักษาให้ได้ ดูแลเป็นอย่างดี เขาก็จะรู้สึกดีกับประเทศไทย

เมื่อถามถึงเรื่องการนวดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการเสนอเรื่องของการให้การนวดเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเช่นกัน แต่ตนยังไม่รับเรื่อง เพราะต้องดูความเหมาะสมและเหตุผลจากหลายมิติก่อน ต้องขอพิจารณาขอข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำมาหากิน การสร้างรายได้ของคนแต่ละคน ทุกอย่างมีสองด้าน ถ้าเราไปสงวนอย่างนี้ ในต่างประเทศที่คนไทยไปทำสปามีจำนวนมาก หากเราสงวนเขาก็อาจโต้ตอบกลับ ใครได้เปรียบเสียเปรียบเราต้องดูก่อน.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12