อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

'ธนาธร'ชำแหละงบประมาณฯ63 รัฐบาลมีฝันแค่ซื้ออาวุธ

“ธนาธร”ชำแหละงบปี 63 ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศ รัฐบาลมีฝันแค่ซื้ออาวุธ “สุชาติ”จี้ปรับลดงบกลาโหม-เลิกส.ว.เหลือสภาเดียว หยุดสร้างผีทักษิณให้ประเทศเดินหน้า นักวิชาการเตือนนอกจากงบลับแล้วยังมีงบซ่อน อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562 เวลา 16.19 น.


เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะกรรมการญาติพฤษภา 35 จัดเวทีสภาที่ 3 หัวข้อ "งบประมาณพัฒนาประเทศได้จริงหรือ?" เพื่ออภิปรายถึงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์นี้ โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเราจะเห็นได้ว่าจีดีพีเติบโต 2.3 %ในไตรมาสสองเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐบาลพูดมาตลอดเศรษฐกิจจะโตเกิน 3 %แน่นอน แต่ตอนนี้สถานการณ์อาจจะต่ำ 2.5 %ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการส่งออกลดลง 2.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบมาจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญมากแต่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ คือ การใช้กำลังการผลิต เดิมเมื่อครึ่งปีแรกของปี 2561 เรามี 70% แต่ตอนนี้ในเดือนมิ.ย. 2562 เหลือแค่ 65.8% เท่านั้น หมายความว่าการลงทุนภาคเอกชนจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการจะเกิดการลงทุนขึ้นใหม่เราต้องใช้กำลังผลิตให้ได้ 85%  อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีการเบิกจ่ายเฉลี่ย 60 % เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนึ่งในกระทรวงที่เบิกจ่ายน้อยที่สุด คือ กระทรวงกลาโหม

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการทำให้งบประมาณของประเทศตอบโจทย์และแก้ไขปัญหา จะต้องมีการวางฐานใหม่เพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศด้วยการมี 4 หลักการ 1.ต้องลดงบดำเนินการลงและเอางบประมาณในด้านการดำเนินการไปเป็นงบลงทุน ประเทศไทยมีการลงทุนน้อยลงเกินไปทำให้สาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศไม่ได้รับการพัฒนา 2.เปลี่ยนจากการตัดสินใช้งบประมาณอยู่ที่ส่วนกลางมาให้ท้องถิ่นดำเนินการ 3.โครงการลงทุนขนาดใหญ่ยังมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือ การลงทุนเพื่อคนทุกคน คิดโครงการขนาดใหญ่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่มน้อยลง และไปคิดการลงทุนเพื่อคนทุกคน และ 4.สร้างสวัสดิการและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน เปลี่ยนจากสวัสดิการแบบอนาถาไปเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า

"งบประมาณเป็นตัวแทนความฝัน เราฝันอะไรเราจะจัดการงบประมาณเพื่อให้นำไปสู่ความฝันนั้น เพื่อทำให้ความฝันของเราเป็นจริง เมื่อเราเอางบประมาณปี 2563 มาแผ่ดูแล้วเราถามว่าความฝันของรัฐบาลนี้คืออะไร ไม่มีเลยครับ เราหาไม่เจอเลย นอกจากความฝันของเขาในเรื่องการซื้ออาวุธ นอกนั้นเราไม่เห็นเลยว่าความฝันหรือทิศทางในการจัดงบประมาณ 2563 คืออะไร ไม่มีเลย ดังนั้น ถ้าให้พรรคอนาคตใหม่จัดสรรงบประมาณ กรอบคิดหลักของเราจะอยู่ใน 4 ข้อนี้" นายธนาธร กล่าว

ด้านนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า งบประมาณของกองทัพจะเน้นในเรื่องการซื้ออาวุธจากต่างประเทศ ซึ่งมีคำถามว่าการซื้ออาวุธแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ เพราะเวลานี้ไม่ได้ทำการรบกับประเทศใด และที่สำคัญการซื้ออาวุธจากต่างประเทศก็เท่ากับว่าเป็นการจ้างงานในต่างประเทศ ไม่ได้ก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศไทย จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรมีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมประมาณ 10% ขณะเดียวกัน อยากให้ปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ลงบางส่วน

อดีตรมว.คลัง กล่าวอีกว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมีการปรับเปลี่ยน เช่น ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภา ให้เหลือเพียงสภาเดียว เพราะวุฒิสภาปัจจุบันไม่ใช่ตัวแทนประชาชน ดังนั้น การไม่ให้มีวุฒิสภาจะช่วยลดงบประมาณและช่วยให้การพิจารณากฎหมายรวดเร็วขึ้น ส่วนรัฐบาลควรมีหน้าที่เฉพาะการป้องกันประเทศ รักษาความสงบภายในชาติ ทำโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และขจัดความยากจน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า การแจกเงินไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจประเทศได้รับการพัฒนา เพราะจะทำให้ปัญหาทับถมลงไปเรื่อยๆ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ดีนั้นรัฐบาลจะต้องเพิ่มการลงทุน แต่การจะทำได้เช่นนั้นจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น การพัฒนาประเทศให้ทันกับประเทศอื่นๆ จะต้องวางแผนการใช้งบประมาณตามลำดับความสำคัญและต้องออกแบบการจัดวางระบบความคิดกันใหม่ทั้งหมด 

“ที่ผ่านมาตลอด 13 ปีคุณสร้างผีทักษิณ และสร้างผีคอมมิวนิสต์ แบบนี้ประเทศจะเดินหน้าไปไม่ได้ ถ้าคุณยังสร้างผีกันอยู่แบบนี้ต่อให้มีงบประมาณมากเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์ เวลานี้เศรษฐกิจคนอาจจะแย่แต่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่ได้แย่ เพราะยังมีเงินสำรองอยู่จำนวนมาก ดังนั้น การใช้งบประมาณจะต้องเป็นไปอย่างชาญฉลาด เน้นการสร้างและพัฒนาคนเป็นสำคัญ เพื่อให้คนเหล่านั้นกลับมาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ " อดีตรมว.พลังงาน กล่าว

นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า ในเรื่องของนโยบายในการแก้ปัญหาภาคใต้ อยู่ในส่วนแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาภาคใต้ ซึ่งการใช้คำว่าขับเคลื่อนคือไม่รับปากว่าจะแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการใช้งบประมาณแก้ปัญหาภาคใต้รวมแล้ว 3 แสนล้านบาท โดยแผนบูรณาการนี้มีมาตั้งแต่ปี 2560 แต่มีการปรับเปลี่ยนบางอย่างคือ งบประมาณแผ่นดินในการแก้ปัญหาใต้ดูเหมือนลดลงเรื่อยๆ ก่อนนั้นปี 2559 ใช้งบ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ปี 2560 เหลือ 1.2 หมื่นล้าน จนปี 2563 เหลือ 1 หมื่นล้าน เป็นเรื่องน่าสนใจ คือจะบอกว่าแก้ปัญหาได้แล้วงบประมาณจึงลด อย่างไรก็ตามจริงๆ ตัวเน้ืองบประมาณไม่ได้ลด เพราะเงินถูกนำไปอยู่ในแผนบูรณาการอันอื่น และหน่วยงานอื่นที่จัดการเรื่องการแก้ปัญหาภาคใต้ เป็นเหมือนการสลับไพ่ใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามในเอกสาร 30 กว่าเล่มที่ ส.ส. ได้ไปจึงต้องไปไล่ดูว่างบส่วนนี้อยู่ตรงไหน เรียกได้ว่านอกจากมีงบลับแล้วยังมีงบซ่อนด้วย ทั้งนี้การแก้ปัญหาภาคใต้ 1.ต้องดูตัวชี้วัดความสำเร็จด้วย ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขการก่อเหตุลดลง และ2.ต้องให้ประชาชนทราบตัวงบประมาณที่แท้จริง.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    84%
  • ไม่เห็นด้วย
    16%

บอกต่อ : 22