อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563

'เกษตรกร'จ่อยื่นศาลปค. คุ้มครองฉุกเฉินขอใช้'3สารพิษ'

เกษตรกรปลูกพืชอุตสาหกรรม จ่อฟ้องศาลปกครอง ขอคุ้มครองฉุกเฉิน ระงับแบน3สาร อ้างสารใหม่ทำต้นทุนสูงริบ พุธที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 17.42 น.


เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ดร.วรณิกา นาควัชระ บีดิงเฮาส์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย แถลงข่าว “แบน 3 สารเคมีเกษตร ถามเกษตรกรหรือยัง”ว่า สมาคมฯ และเกษตรกรกลุ่มพืชเศรษฐกิจหลัก ขอคัดค้านมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ที่จะเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณายกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เนื่องจากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 2101/2562 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต นั้น ขาดความชอบธรรมโดยมีแต่กรรมการที่คัดค้านการใช้สารเคมีเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก และไม่มีตัวแทนผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ทางกลุ่มต้องการให้ทบทวนการพิจารณามติยกเลิก โดยให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายสามารถพิจารณาใช้ข้อเท็จจริง ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เนื่องจากเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมอย่างมันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม ยางพารา และข้าวโพด ยังมีความจำเป็นต้องใช้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีสารใดที่มีคุณสมบัติและราคาเทียบเท่ามาทดแทนได้โดยเฉพาะสารกำจัดวัชพืชอย่างพาราควอตได้”ดร.วรณิกา กล่าว

ดร.วรณิกา กล่าวว่า การประกาศยกเลิกทันทีภายในวันที่ 1 ธ.ค.นั้น คณะกรรมการวัตถุอันตราย ควรพิจารณาถึง ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อพืชเศรษฐกิจ จากการที่เกษตรกรยังไม่มีสารใดมาทดแทนหรือไม่ ขณะเดียวกันยังต้องมีการจัดการสต๊อกสินค้า สาร 3 ชนิด ที่มีปริมาณเหลือ 40,000 ตัน ซึ่งอยู่ในมือเกษตรกร 10,000 ตันหาก คำนวณงบประมาณที่รัฐฯ จะต้องใช้จ่ายในการจัดการสินค้าคงค้างดังกล่าวที่มีอยู่มากถึง 30,000-40,000 ตัน จะต้องมีค่าทำลายสารเหล่านี้ประมาณ 4,000 ถึง 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าขนย้าย 50 ล้านบาท ค่าชดเชยให้เกษตรกร กก.ละ 500 บาท ค่าทำลายสาร กก.ละ 100 บาท รวมถึงดูแลรักษาที่ภาครัฐต้องเช่าโกดังเก็บสินค้าอีกกว่า 5,050 ล้านบาท เท่ากับว่าจะต้องชดเชยถึง 500,000 บาท ต่อ 1 ตัน ดังนั้นหากรัฐจะมีมติยกเลิกจริงควรจะต้องให้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี เช่นเดียวกับที่ประเทศอื่นทำ เพื่อให้สินค้าที่คงค้างอยู่หมดไป และไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการทำลายสารเคมีที่ถูกประกาศยกเลิก

ดร.วรณิกา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงขั้นตอนในการประกาศยกเลิกสารเคมี คือ ลด ละ เลิก ณ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการลด คือการจำกัดการใช้ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมเกษตรได้มีการทำการสร้างความรู้ความเข้าใจ การฝึกอบรมและทดสอบ การใช้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยของตัวเกษตรกรเอง และผู้บริโภค โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรมร้านค้า เกษตรกร และผู้รับจ้าง โดยทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้การขึ้นทะเบียนสารเคมีถูกระงับไว้โดยสิ้นเชิงผู้ค้าผู้ส่งออกซึ่งมีลูกค้าเตรียมสั่งซื้อถูกเหมารวมไม่สามารถที่จะทำธุรกิจซึ่งจะทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจการเกษตรกำลังจะพังพินาศ

ด้าน นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชอุตสาหกรรม เตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติพิจารณาแบนสารเคมีทั้งสามชนิด เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของเกษตรกร อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางกลุ่มได้มีการเสนอข้อมูลผลงานวิจัยไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว ไม่ยอมรับมติของคณะทำงาน 4 ฝ่าย เพราะไม่ใช่ตัวแทนที่แท้จริงแต่เป็นการอุปโลกน์ เพื่อมากดดันการทำงานของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ส่วนสารเคมีที่คาดการณ์ว่าจะนำมาใช้ทดแทนพาราควอตและไกลโฟเซตที่ชื่อ กลูโฟซิเนตนั้น ก็เป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 ที่มีราคาสูงกว่าพาราควอตจากถังละ 500 เป็นประมาณ 2,500 บาท ขณะเดียวกันประสิทธิภาพต้องใช้เพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่า เท่ากับเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม 12-14 เท่าตัว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 34