อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

"วิโรจน์"อัดทำงบฯแบบ"ติ๊ก ชิโร่" รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

“วิโรจน์ อนค.” อัดทำงบประมาณแบบ “ติ๊ก ชิโร่ รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” รวมศูนย์ไม่อัดฉีดลงท้องถิ่น ยัน อนค.จ่อตัดให้เหี้ยนหากไม่เกิดประโยชน์ประชาชน ฝากถึง “บิ๊กตู่” หากดึงดันไม่ปรับลด “ก็มาดิครับ” เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 19.50 น.


เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา ต่อมา เวลา 18.42 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายสรุปในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ว่า การจัดงบประมาณของรัฐบาลเหมาะสมหรือไม่ ต้องตอบคำถามของพรรคอนาคตใหม่ให้ได้ 5 ข้อ คือ 1.ลดความเหลื่อมล้ำในประเทศได้หรือไม่ 2.ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้หรือไม่ 3.ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้หรือไม่ว่าเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาจะฟื้นคืน  4.สร้างศักยภาพและความมั่นคงในการดำเนินชีวิตให้กับประชาชนได้หรือไม่ และ 5.ได้รับการจัดสรรการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ซึ่งจากการที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายมาทั้งหมดนั้น เห็นได้ว่างบประมาณนี้ ไม่น่าจะทำขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อใจต่อท้องถิ่นเลย แต่ทำบนพื้นฐานบนความหวาดระแวง เป็นการทำงบประมาณตามโครงสร้างแบบเดิมๆ ที่เรียกว่ารัฐ ราชการ รวมศูนย์ เรียกว่าเป็นงบประมาณแบบ “ติ๊ก ชิโร่ คือรัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” แล้วจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร  ตราบใดที่รัฐบาลไม่ยอมจัดสรรงบโดยมุ่งเน้นอัดฉีดให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นได้ขับเคลื่อนการลงทุนในสิ่งที่จำเป็นและต้องการจริงๆ เศรษฐกิจที่วันนี้พังที่ฐานรากก็ไม่มีทางแก้ไขได้

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการทำงบประมาณที่ตอบโจทย์ของประเทศได้ในวิธีของพรรคอนาคตใหม่ มี 4 ข้อ คือ 1.เปลี่ยนงบดำเนินการให้เป็นงบลงทุน 2.กระจายการลงทุน ลงสู่ท้องถิ่นในสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ 3.เราไม่ได้คัดค้านเมกกะโปรเจ็กหรือโครงการขนาดใหญ่  แต่ต้องการให้เม็ดเงินเกิดประโยชน์ต่อประชาขนและท้องถิ่น และ 4.ในเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งมาจากขีดความสามารถและความมั่นคงในการดำเนินชีวิตของประชาชน เอาเงินมาสร้างสวัสดิการให้ประชาชนดีกว่า ไม้ต้องรอให้เขาทุกข์ทรมานและสำแดงความจนแล้วค่อยอนุเคราะห์ ซึ่งเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่าพรรคอนาคตใหม่คิดว่างบที่สามารถจัดสรรได้ใหม่นั้นมีจำนวน 95,957 ล้านบาท ถือเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินงบประมาณทั้งหมด  เช่นลดงบกลาง 3,200 ล้านบาท ลดงบกระทรวงกลาโหม 2,335 ล้านบาท เปลี่ยนงบซื้ออาวุธมาให้ประชาชนซื้ออาหารดีกว่า  รวมทั้งลดงบกระทรวงมหาดไทย 12,825 ล้านบาท เพราะปี 62 กระทรวงหมาดไทยมีการเบิกจ่ายแค่ 57 เปอร์เซ็นต์ เพราะความเป็นรัฐราชการรวมศูนย์จึงเกิดปัญหานี้ ควรเอางบไปให้ท้องถิ่นน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า เป็นต้น แล้วให้นำงบเหล่านี้ไปอุดหนุนเด็กแรกเกิด 6 ขวบถ้วนหน้า 700 บาทต่อคนต่อเดือน หรือนำไปอุดหนุนรายหัวให้นักเรียน และปลูกป่าฟื้นฟู เป็นต้น

“ถ้าเราไม่ทำอะไรกับงบประมาณนี้ประเทศเราจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่พัฒนาได้แค่นี้ นานายกฯย้ำเสนมอว่า จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราปล่อยให้เวียดนาม กัมพูชาไว้ข้างหลังบ้างก็ได้ เพราะวันนี้มองไปข้างหลังไม่เหลือใครแล้ว เพราะเพื่อนบ้านนำเราไปหมดแล้ว และการลงทุนที่คนอยากเห็นย่อมไม่ใช้การลงทุนเพื่อใครบางคน โดยเลือกเนื้อที่ดีที่สุดไปชำแหละขาย่อ แต่ประชาชนได้เพียงเศษเนื้อข้างเขียงที่รัฐบาลโยนมาให้  พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เห็นแย้งกรอบงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท แต้ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรในกระทรวงตามแผนบูรณราการต่างๆ และพรรคอนาคตใหม่เตรียมข้อมูลปรับลดงบที่ไม่คุ้มค่าเหล่านี้ให้สิ้น ให้เหี้ยน ไว้เรียบร้อนแล้ว ถ้ารัฐบาลยังดึงดัน ไม่ยอมตัดลดงบที่สร้างแต่งาน แต่ไม่เกิดมูลค่า ผมก็คงต้องฝากท่านประธานไปถึงนายกฯว่า ก็มาดิครับ”นายวิโรจน์ กล่าว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    77%
  • ไม่เห็นด้วย
    23%

บอกต่อ : 28