อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

'สุริยะ'จ่อฟ้อง'686องค์กร'ต้านยื้อแบนสารพิษอ้างทำเสียหาย

'สุริยะ'โต้'ปริญญา'ยันที่ประชุมคกก.วัตถุอันตรายมีมติ ระบุมีเทปเสียงเป็นหลักฐานจ่อฟ้องกลับเครือข่าย686องค์กรต้านเลื่อนแบนสารพิษ อ้างทำเสียหาย ด้าน'อ.ปริญญา'ย้ำ มติยืดแบน 3 สารเคมีไม่มีผลทางก.ม. อังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 10.47 น.


เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล  อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟสบุ๊กระบุว่า การแบนสารพิษของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ไม่มีการลงมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า ยืนยันว่าการแบนสารพิษมีการลงมติอย่างถูกต้อง ซึ่งตนไม่ทราบว่านายปริญญา ไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ถอดเทปเสียงเพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการลงมติอย่างชัดเจน สำหรับการลงมติของคณะกรรมการแต่ละคน และในช่วงของการอภิปรายมีกรรมการหลายคนให้ความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป บางคนอยากให้แบนทันที บางคนอยากให้เลือนออกไปอีก 3 และ 6 เดือน หรือแม้แต่ไม่ให้แบนสารพิษก็มี เมื่อเป็นเช่นนี้ตนจึงบอกในที่ประชุมว่าให้ไปร่างเป็นมติเพื่อนำมาพิจารณาณาว่าควรเป็นอย่างไร และเมื่อมติขึ้นบนจอในที่ประชุมก็ให้ไปปรับแก้ ให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ซึ่งในกรณีที่ให้แบนไปก่อน 6 เดือน ก็ได้มีการสอบถามในที่ประชุม ว่าภายใน 6 เดือนนี้จะให้แบนเป็นวันไหน พร้อมทั้งให้กรมวิชาการเกษตรไปหามาตรการทดแทนอย่างเร็วที่สุด โดยกำหนดระยะเวลาไว้ภายใน 4 เดือน เมื่อร่างมติดังกล่าวเป็นที่พอใจแล้วตนก็ได้ถามในที่ประชุมว่ามีใครเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ซึ่งทุกคนก็ยืนยันว่าเห็นด้วยกับมติดังกล่าว ส่วนที่ไม่เห็นด้วยคืออยากให้เลื่อนการแบนสารพิษไปมากกว่า 6 เดือน แต่ไม่มีใครเสนอบอกให้แบนสารพิษในทันที ตนถือว่ามตินี้มีความเป็นเอกฉันท์คือไม่ให้แบนสารพิษในทันที 

“ส่วนที่มาตรา 12 พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ระบุว่า ต้องให้ลงมตินั้นนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องยกมืออย่างเดียว การที่ตนถามว่าในที่ประชุมมีความเห็นอย่างไร และเห็นด้วยหรือไม่ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องยกมือ ไม่ใช่ว่าต้องทำเหมือนทุกครั้งที่จะต้องมายกมือกัน ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นเป็นแบบนี้ นอกจากนี้ตนก็ถามย้ำแล้วว่าที่ประชุมมีมติเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อไม่มีคนมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือเป็นมติได้” นายสุริยะ กล่าว

เมื่อถามว่า กรณีที่มีน.ส.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรมหนึ่งในคณะกรรมการวัตถุอันตรายออกมาระบุว่าไม่มีการลงมติ นายสุริยะ กล่าวว่า ลองไปถามคณะกรรมการคนอื่นดู ทุกคนก็จะยืนยันว่ามีมติออกมาชัดเจนและตนคิดว่าการทำงานในรูปของคณะกรรมการต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ เมื่อเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไรควรจะเคารพตามนั้น ไม่ใช่ออกไปแถลงข่าวข้างนอก เมื่อความเห็นตนเองไม่ตรงกับความเห็นส่วนใหญ่ มองว่าไม่ควรทำเช่นนี้ 

เมื่อถามถึง กรณีเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร เตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญา เอาผิดกรณีการทุจริตประพฤติมิชอบ ต่อการเลื่อนแบน 3 สารพิษ นายสุริยะ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าในองค์กรที่ระบุว่ามี 686 องค์กร มีจำนวนกี่คน แต่การที่มีการแถลงข่าวออกไปและทำให้ตนได้รับความเสียหายนั้นจะให้นักกฎหมายไปดูเพื่อเตรียมที่จะฟ้องกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่าตเฟสบุ๊คส่วนตัว "Prinya Thaewanarumitkul" ใจความระบุว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?

ตามที่คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แถลงว่า คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2562 ให้เลื่อนการแบน 3 สารพิษทางการเกษตรออกไป 6 เดือน แต่รศ.พญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ได้ออกมาแย้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งนี้ ไม่มีการลงมติอย่างชัดเจนว่ากรรมการแต่ละท่านเห็นด้วยหรือไม่ในแต่ละประเด็น แต่เป็นภาวะจำยอม คำถามคือเมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติ จะถือว่าเป็นมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่

ในฐานะที่เป็นอาจารย์ที่สอนวิชากฎหมายมหาชนเบื้องต้น จึงขอเอากรณีนี้มาให้สาธารณชนได้พิจารณา และเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษากฎหมายมหาชนได้เรียนรู้กัน ทั้งนี้จะไม่กล่าวถึงว่าควรเลื่อนการแบนสามสารพิษหรือไม่ โดยจะวินิจฉัยในทางกฎหมายเท่านั้น ดังต่อไปนี้ 

ข้อกฎหมาย ในเรื่องนี้ ต้องเริ่มด้วยการพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ซึ่งมาตรา 12 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า "การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด" นั้นหมายความว่า จะเรียกว่าเป็นการลงมติได้ จะต้อง ให้กรรมการแต่ละคนได้ออกเสียงในแต่ละประเด็น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง ทั้งนี้ มติที่ใช้คือเสียงข้างมาก ซึ่งหมายถึงเสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม และเมื่อต้องมีการออกเสียง ก็ต้องมีการ ตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนด้วย ซึ่ง พ.บ.รบ.วัตถุอันตราย มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม”

ตามข้อเท็จจริงจากอาจารย์จิราพร การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีการให้กรรมการแต่ละคนได้ลงมติหนึ่งคนหนึ่งเสียงแต่ประการใด ซึ่งสอดคล้องกับที่คุณสุริยะได้ให้สัมภาษณ์ไว้ คือตนเอง "สันนิษฐานเอา" ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบองค์ประชุมว่ามีสมาชิกมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งแล้วหรือไม่ มตินี้จึงมิใช่มติที่ดำเนินการถูกต้องตาม พรบ.วัตถุอันตราย

บรรทัดฐานของศาล : แม้จะมีหลักฐานการเซ็นชื่อเข้าประชุมว่ามีกรรมการมาประชุมตอนเริ่มประชุมครบองค์ประชุม แต่เรื่องนี้ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2551) และศาลฎีกา (คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3623/2527) ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า องค์ประชุมต้องครบตลอดเวลาไปถึงตอนลงมติ จึงต้องนับองค์ประชุมตอนลงมติว่าครบหรือไม่ โดยนับจากคะแนนเสียงทั้งหมดที่ออก แต่เมื่อไม่มีการให้กรรมการลงมติจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าองค์ประชุมตอนลงมติครบองค์ประชุมหรือไม่

สรุป : ดังนั้น เมื่อไม่มีการนับองค์ประชุมตอนลงมติ และ ไม่มีการให้กรรมการแต่ละคนออกเสียงในเรื่องที่ขอมติ จึงสรุปได้ว่า มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่เลื่อนการแบนสามสารพิษ จึงไม่ใช่มติที่ชอบด้วยกฎหมาย หรือพูดอีกอย่างได้ว่า #เท่ากับยังไม่มีมติใหม่.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    17%
  • ไม่เห็นด้วย
    83%

บอกต่อ : 4