อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

'ธนาธร-ปิยบุตร'แย้มเตรียมบ้านใหม่ รับมือถูกยุบพรรค

“ปิยบุตร”แถลงปิดคดี เตรียมพรรคสำรองพร้อมรับมือถูกตัดสินยุบพรรค ยันไม่มีความคิดล้มล้างสถาบัน ฉะคำร้อง “ณฐพร” แค่ใบปลิวไร้สาระ ตัดแปะจินตนาการผูกเรื่องเอง เสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 เวลา 18.37 น.

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เวลา 15.00น. ที่อาคาร SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)  นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)  ขึ้นเวทีแถลงปิดคดียุบพรรคอนาคตใหม่ว่า นายณฐพร โตประยูรร้องกล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ตน และพรรคอนาคตใหม่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าไม่มีตรงไหนเลยที่นายธนาธรและตนบอกว่าต้องเปลี่ยนประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ คำร้องของของนายณฐพรจึงเป็นเรื่องไร้สาระที่สุด ไม่ต่างจากใบปลิวที่เขียนในแบบฟอร์มคำร้องศาลรัฐธรรมนูญ 



“เขายื่นร้องเมื่อพรรคอนค.ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เพราะเขาหวาดกลัวกับกระแสของคนหนุ่มสาว คนวัยกลางคนและคนสูงอายุ จึงต้องการกำจัดพวกเราให้พ้นไปจากการเมืองไทย ใช้คำว่าประชาธิปไตยมาเป็นข้ออ้าง  ความจริงคือพวกเขากลัวสูญเสียอำนาจ  ผมยืนยันว่าพวกเราไม่เคยคิด  ไม่กระทำการล้มล้างสถาบันแน่นอน พวกเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ความคิดของพวกเราทำเพื่อพัฒนา ซึ่งความคิดแบบเผด็จการ อัลตรารอยัล หรือไฮเปอร์รอยัลลิสต์ คืออันตรายต่อสถาบัน ” นายปิยบุตร  กล่าว   

เราพยายามทำให้ทหารหยุดทำรัฐประหาร หยุดแทรกแซงการเมือง แก้รัฐธรรมนูญ ปี 60 เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย ทลายกลุ่มทุนผูกขาด ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องสุดโต่งรุนแรงและขัดแย้งกับสังคมอย่างไร พวกเราซึ่งเป็นคนปกติจึงกลายเป็นพวกหัวรุนแรง ผลักพวกเราให้เป็นศัตรู ตนยังเชื่อว่านักการเมืองในทศวรรษนี้สามารถปฏิรูปประเทศร่วมกันได้



ในวันที่ 21 ม.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าจะตัดสิทธินายธนาธร ตน และยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ หากพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไม่มีทางยุบพรคอนาคตใหม่ได้ แต่ทุกคนคิดวิเคราะห์ว่ายุบแน่ ดังนั้นเราทำได้อย่างเดียวคือทำให้อาวุธที่เรียกว่า ยุบพรรคกลายเป็นกระสุนด้านโดยเรียกร้องให้ส.ส.อนาคตใหม่ทั้งหมด เมื่อศาลสั่งยุบพรรคขอให้ส.ส.ทุกคนย้ายไปอยู่พรรคการเมืองที่มีแนวทางเดียวกับอนาคตใหม่โดยพร้อมเพียงกัน และขอให้สมาชิกพรรคกว่า 6 หมื่นคน ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ ต่อแถวให้ยาวทุกอำเภอทุกจังหวัดไปอยู่ที่ใหม่เป็นแสนเป็นล้าน เขายุบพรรคเพื่อหวังให้นายธนาธรและนายปิยบุตรหายไปจากการเมืองไทย แต่เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว นายธนาธรจะรณรงค์การเมืองต่อเนื่อง จะไม่กลับไปทำธุรกิจ ส่วนตนจะเดินสายอภิปรายทั่วประเทศ  บ้านใหม่ของเราจะเดินตามแนวทางพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ถ้าทำได้การยุบพรรคจะกลายเป็นกระสุนด้านทันที 



จากนั้นเป็นช่วง “ถามแรงตอบตรง” ที่มีนายสุทธิชัย หยุ่น เป็นพิธีกร ซึ่งนายธนาธร กล่าวว่า ไม่ว่าจะยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ ความแน่วแน่ในการทำงานการเมืองยังคงเดิม ปัญหาคือการเมืองไม่จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองเดียว เราพยายามเต็มที่แล้ว แม้จะยุบพรรคไปก็ยังทำงานการเมืองในรูปแบบอื่น แต่ก็หวังว่าจะไม่ยุบ จัดงานวันนี้เพื่อสื่อสารกับสังคม



เมื่อถามว่า ตอนนี้หลายคนสงสัยว่าพรรคใหม่ชื่ออะไร นายปิยบุตร กล่าวว่า ในสถานการณ์นี้การเตรียมพรรคเป็นเรื่องปกติ อย่าอยากรู้ชื่อเยอะ ขอปิดไว้ก่อน ไม่ใช่แผนบี เป็นแผนหากเกิดอุบัติเหตุ ให้เปลี่ยนรูปจากพรรคหนึ่งไปเป็นอีกพรรคหนึ่งเปลี่ยนบทบาทของตนและนายธนาธร แต่เป้าหมายและปลายทางยังเหมือนเดิม



ต่อข้อถามว่า หากยุบแล้วจะพาคนลงถนนหรือไม่ นายปิยบุตร กล่าวว่า เสรีภาพในการแสดงออกเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง ถ้ารัฐบาลและรัฐสภาไม่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องของประชาชนได้ การเรียกร้องบนถนนเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ารัฐบาลทำงานแก้ปัญหาได้ดี การเมืองบนถนนก็ไม่เกิดขึ้น แทนที่จะตั้งคำถามว่าจะชุมนุมกันอีกแล้วหรือ ควรถามกลับไปยังผู้มีอำนาจว่าปกครองอย่างไร ใช้อำนาจกดทับอย่างไร คนจึงออกมาชุมนุม คนมีอำนาจคิดว่าเอาอยู่ แทนที่จะเลือกประคับประคองประเทศ กลับเลือกที่จะสืบทอดอำนาจ


ด้านนายธนาธร กล่าวว่า ตนเคยร่วมชุมนุมหลายครั้งหลายหน เสื้อเหลืองเสื้อแดงตนเข้าร่วมทั้งหมด คนที่มาชุมนุมเขาไม่ได้อยากออกมา การชุมนุมที่จะพาสังคมไปสู่ทางตันหรือเกิดความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นจากการนำของตนแน่นอน เรื่องนี้จำเป็นต้องพูดให้ประชาชนเข้าใจชัดๆ กรณีแฟลชม็อบเรากังวล และบอกล่วงหน้าว่า จัด 1 ชม. แล้วกลับบ้าน ไม่ชุมนุมยืดเยื้อ ไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย ถ้าประชาชนชุมนุมเรียกร้องรธน.ฉบับใหม่ ทหารยังจะยิงประชาชนอยู่อีกหรือไม่ ยืนยันว่าการชุมนุมเพื่อนำไปสู่การแตกหักม้วนเดียวจบ ไม่เคยอยู่ในกระบวนทัศน์ของเรา 
 
ต่อข้อถามว่า อนค.ถูกมองว่ามีนโยบายกร้าวชน ไม่ยอมให้ทหารมีบทบาท เป็นตัวสร้างความขัดแย้งแตกร้าว นายปิยบุตร กล่าวว่า เราต้องการสร้างประชาธิปไตย ยุติการปฏิวัติยึดอำนาจแทรกแซงการเมือง วิธีการที่เราเลือกใช้คือการตั้งพรรคการเมืองสู้ในกติกาที่เขาเขียนเป็นวิธีการที่ประนีประนอมที่สุดแล้ว วิธีการของเราไม่มุทะลุดุดัน  หวังใช้ช่วงเวลายาวนานจะช่วยในการทำความเข้าใจ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารไม่ใช่การทำลายกองทัพ แต่เป็นการพัฒนากองทัพ เราพร้อมถกเถียงแต่อีกฝ่ายไม่ยอมขึ้นเวที



ด้านนายธนาธร กล่าวว่า การเสนอร่างพรบ.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับ ส่งร่างเข้าไปต้องใช้ 250 เสียง เรามีไม่พอแน่ๆ จึงเดินรณรงค์ไปทั่วประเทศ ถ้าผู้นำกองทัพมองว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นการทำลายกองทัพ ก็ให้ผู้นำกองทัพลาออกแล้วมาตั้งพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า ตอนนี้ถูกมองว่า อนค. กำลังล้างสมองคนรุ่นใหม่ นายธนาธร กล่าวว่า ตนให้ความสำคัญกับคนทุกรุ่น งานการเมืองทิ้งใครไว้ไม่ได้ คำว่าล้างสมองเป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สังคมเกลียดและกลัวเรา



เมื่อถามเรื่องชังชาติ นายปิยบุตร กล่าวว่า วิธีการสร้างชาตินั้นประชาชนทุกคนต้องรวมตัวกัน  เราไม่ชังชาติแต่รักชาติ การยอมรับว่าถูกต้องดีเสมอจะทำให้ชาติไม่พัฒนาและหยุดอยู่ที่เดิม



เมื่อถามว่า ถูกวิจารกณ์ว่าอนค.แกล้งงูเห่าที่ถูกขับออกจากอนค. นายปิยบุตร กล่าวว่ากรณีมติขับ 4 ส.ส.พ้นจากพรรค ปัญหาอยู่ที่เราไม่รู้รายละเอียดในทางทะเบียน กกต.จะไปตีความอย่างไรก็ให้ไปว่ากันเอง แต่ทั้ง 4 คน คงสบายใจได้ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้ทางให้แล้ว ขอพูดแต่เพียงว่า เขาอยู่กับเรามา ถึงเวลาจะจากกัน เราต้องแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วไปส่งเขาถึงบ้านใหม่เลยหรือไม่ เมื่อออกไปจากพรรคแล้วก็จากกันด้วยดี ตนไม่เคยประณามว่าใครไปได้ผลประโยชน์ ยืนยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ส่วนข้อกล่าวหาว่าตนและนายธนาธรเป็นเผด็จการ ถ้าเป็นเรื่องจริงความเห็นต่างในพรรคจะไม่มีหลุดออกมาได้เลย และคงไม่มีสมาชิกพรรคโพสต์ด่ากันเป็นจำนวนมากแล้วยังทำงานร่วมกันต่อไปได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    45%
  • ไม่เห็นด้วย
    55%

บอกต่อ : 19