อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

'บิ๊กตู่'ลั่นมีน้ำยาแก้ฝุ่นพิษ! แนะเปิดกูเกิลศึกษา pm2.5

นายกฯยันรัฐบาลมีน้ำยาแก้ฝุ่นpm 2.5ได้ วอนทุกคนเข้าใจปัญหาช่วยกันปฏิบัติตามกฏหมาย ย้ำจับรถควันดำห้ามวิ่งทุกคัน รับศึกษาแนวทางติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ในเมืองหลวง  พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 12.57 น.



เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพประชาชนเป็นอันดับแรก แต่มาตรการต่างๆ ที่ออกมาจะทำอย่างไรให้ได้รับการยอมรับ ไม่เช่นนั้นเมื่อออกมาตรการหรือบังคับใช้กฎหมายไปแล้วถูกต่อต้าน ถือปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งเรามีกฎหมายทุกตัว แต่กฎหมายพื้นฐานบางอันบังคับใช้ได้ยาก เพราะมีคนได้รับผลกระทบ ขณะที่หลายคนก็บอกว่ารัฐบาลไม่มีแผนแก้ปัญหา แต่ในความเป็นจริงมีตั้งนานแล้ว โดยแผนการรับมือฝุ่นพิษมีการกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2562-2567  วันนี้รัฐบาลเข้าไปจัดหาจัดซื้อและแจ้งประชาชนทราบเพื่อให้ระมัดระวัง เฝ้าระวังและให้ความร่วมมือ โดยได้สั่งการให้ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งแล้ว ที่ไหนต้องปรับปรุงก็ปิดปรับปรุงให้เรียบร้อย เมื่อดีขึ้นค่อยเปิดทำงานต่อ 

"เท่าที่ได้รับรายงานวันนี้ก็ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ในส่วนของยานพาหนะผมได้ย้ำไปให้จับรถทุกคันที่มีความควันดำ ไม่ว่าจะรถกี่ปีก็ว่ากันไป ตอนนี้จับทุกคันห้ามวิ่ง ให้หยุดวิ่ง ซึ่งหลายอย่างที่เป็นยาแรงๆ ต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายสาธารณะ กฎหมายเพื่อประชาชน เราต้องพยายามใช้กฎหมายนี้ ไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนมากที่สุด วันนี้เราต้องทำความเข้าใจว่า PM2.5 เกิดจากอะไร เกิดช่วงเวลาไหนมากน้อยเพียงใด พื้นที่ไหน และมีมาตรการเฉพาะลงไปในแต่ละระดับ ตอนนี้อยู่ในขั้นระดับ 1-2 เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สื่อลองเปิดดูในกูเกิล จะได้สร้างการรับรู้ ช่วยผมด้วยว่าเป็นพิษเป็นภัยกับใคร จริงๆ ก็เป็นกับทุกคน ถ้ามีความแข็งแรงพอก็จะต้านทานได้มาก คนที่มีภูมิคุ้มกันต่างกันก็ต้องระมัดระวังตัวเอง จึงตองแยกเป็น 2 ส่วนคือ กฎหมายและการเตรียมการของประชาชน ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถสั่งใครได้ทั้งหมด จะสั่งให้ใส่หน้ากากทุกคนแบบนี้มีผลกระทบทั้งสิ้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า กรีนพีซเรียกร้องรัฐบาลให้กำหนดการแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ และควบคุมการปล่อยมลพิษพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องวาระแห่งชาติมีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไปแล้ว โดยได้เห็นชอบในขั้นต้น มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองปี 2562-2567 เคยชี้แจงไปครั้งหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ในส่วนของแนวคิดเรื่องการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศนั้น ตอนนี้ให้มีการตรวจสอบว่าจะได้ผลหรือไม่อย่างไร ซึ่งแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเรามองประเทศสังคมนิยมก็สั่งได้หมด ทั้งนี้ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง หลายคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน มีความจำเป็นแต่ละเรื่องง จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน แล้วผลก็ย้อนกลับไปที่รัฐบาล ออกอะไรที่เข้มงวดไป แล้วเกิดการต่อต้านไม่ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้ ขอให้คิดตรงนี้และต้องสร้างความรับรู้ให้ครบทุกมิติ 

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสถานการณ์เช้าวันนี้ค่าฝุ่นอยู่ที่ 50-60 มคก./ลบ.ม. จะบอกว่าไม่มีอันตรายก็ไม่ใช่ เพราะมีอันตรายสำหรับคนบางกลุ่ม กรุณาเปิดดูในกูเกิลแล้วว่า PM 2.5 คืออะไร เกิดจากที่ไหนบ้าง อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาของบางประเทศใช้เครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่หรือใช้โดรน จะต้องดูว่าเราจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้นได้อย่างไร ต้องมีขั้นตอนตามลำดับ 

โดยบางพื้นที่เราก็มีเครื่องพ่นละอองน้ำอยู่แล้ว แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักในภาพรวม เพราะปัญหาฝุ่นเมื่อโดมครอบไว้อยู่ และย้ำว่าสองปีที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ หาเครื่องมือมีแผนเตรียมการโดยตลอด สิ่งสำคัญคือต้องสร้างการรับรู้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ถ้าจะห้ามเผาไร่นา แล้วจะกำจัดตอซังอย่างไร รัฐบาลก็ต้องหามาตรการเสริมลงไป มีอย่างเดียวถ้าไม่เผาตอซังก็เอารถไปไถ่ไปขุดรากถอนโคนให้ แล้วเกษตรกรมีจำนวนเท่าไหร่ วันนี้ก็ทยอยจัดหาเครื่องมือให้ตามลำดับ

"รัฐบาลช่วยเหลือได้ ถ้ามีการรวมกลุ่มขึ้นมา ส่วนเรื่องการเผาไร่อ้อย บางบริษัทก็ทำดีจัดเครื่องมือไปช่วยตัดอ้อยส่งโรงงานโดยไม่ต้องเผา และวันนี้ก็ลดการรับซื้ออ้อยที่เผาลงในระดับหนึ่ง จนสามารถแก้ปัญหาตรงนู้นได้ หลายคนก็บอกว่ารัฐบาลไม่มีน้ำยา น้ำเยอ อะไร มันมีหมดน้ำยาถ้าจะใช้ แต่มันเดือนร้อน ท่านต้องยอมรับกันสิว่า ประเทศไทยมีคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย คนรายได้มาก รายได้ปานกลาง รายได้น้อย กิจกรรมแต่ละอันมีผลกระทบซึ่งกันและกันทั้งสิ้น รถบรรทุกก็มีเรื่องการขนสินค้าอุปโภค บริโภค เข้ามาในเขตกรุงเทพฯ  รถควันดำก็ต้องหยุดวิ่งได้ไหม มันต้องยอมรับว่า ทำเข้มงวดมากขึ้นต่อไปจะตามด้วยค่าขนส่งที่แพงขึ้น สินค้าอุปโภคแพงขึ้น คิดให้เป็นอย่างนี้ อย่ามาคิดเป็นเสี้ยวๆ เศษๆ แล้วก็ตีกันไปตีกันมา ก็ทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง เข้าใจบ้าง อย่างไรก็ตามรถยนต์มีกว่า 10 ล้านคันที่วิ่งในกรุงเทพฯ ถ้าเราไปแยกเป็นวันคู่ วันคี่ รับกันได้หรือไม่ ทุกคนซื้อรถต้องมีที่จอดรถในบ้านเอาไหมหล่ะ นี่เป็นนโยบายสาธารณะถ้าเอาทุกอย่างมาตีกันอยู่อย่างนี้ไม่ได้”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    58%
  • ไม่เห็นด้วย
    42%

บอกต่อ : 28