อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563

'รังสิมา'ร้องใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ แก้เสียบบัตรแทน 

"รังสิมา"ร้องประธานสภาฯเปลี่ยนระบบโหวต ใช้สแกนม่านตา-ลายนิ้วมือ แก้ปัญหาเสียบบัตรแทนกันซ้ำซาก ด้านเลขาสภาฯอ้างถูกตัดงบฯไม่สามารถจัดซื้อเครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือ  พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 13.13 น.


เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่รัฐสภา  น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการลงมติในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ว่า  ปัญหาที่มีส.ส.เสียบบัตรแทนกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมาตลอดทั้งในพรรคฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และไม่มีวันหมดไปแน่นอน ตราบใดที่เทคโนโลยีของระบบการประชุมสภาฯยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังใช้วิธีกดบัตรลงคะแนน  

ดังนั้น ตนจะเสนอเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่าในระหว่างการก่อสร้างห้องประชุมสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่นั้น ขอให้เปลี่ยนแปลงอุปกรณ์และระบบการลงคะแนนจากวิธีเสียบบัตรแล้วกดที่เครื่องลงคะแนน มาเป็นการลงคะแนนโดยใช้การแสดงอัตลักษณ์บุคคล อาทิ การสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนม่านตาของแต่ละบุคคล ซึ่งทำให้ไม่สามารถฝากให้ใครลงคะแนนแทนได้ ตนจึงเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาส.ส.เสียบบัตรแทนกันได้  ทั้งนี้มีส.ส.หลายคนที่เคยพูดคุยกันถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่อยากให้เลิกใช้การเสียบบัตรลงคะแนนแล้วไปใช้การสแกนลายนิ้วมือหรือม่านตา 

เมื่อถามว่ากรณีที่ส.ส.อยู่ในห้องประชุมสภาฯ แต่ส่งบัตรให้เพื่อนส.ส.นำไปกดลงคะแนนแทนให้ ถือว่ากระทำได้หรือไม่  น.ส.รังสิมา กล่าวว่า  ต้องดูข้อกฎหมาย  อย่างไรก็ตาม ห้องประชุมที่ส.ส.กำลังใช้อยู่ในขณะนี้มีจำนวนเครื่องลงคะแนน ประมาณ 300 กว่าช่อง แต่มีส.ส. 500 คน ทำให้ส.ส.ต้องผลัดกันมากดบัตรลงคะแนน ซึ่งถ้าเจ้าของบัตรอยู่ตรงนั้นด้วย และมีการกดลงคะแนนตามความต้องการของเจ้าของบัตร ตนถือว่าไม่เป็นไร เพราะเจ้าตัวได้แสดงตนและมาลงคะแนนเอง  

นอกจากนี้ ด้วยสภาพของเคาน์เตอร์ที่ไม่เอื้อต่อคนที่ยืนหน้าเคาน์เตอร์ให้สามารถเอื้อมมากดเครื่องลงคะแนน จึงต้องให้เพื่อนส.ส.ที่นั่งอยู่ตรงนั้นกดบัตรแทน ก็ถือว่าเจ้าตัวอยู่ ไม่น่าจะมีความผิด  แต่กรณีที่มีการกดบัตรลงคะแนนโดยที่เจ้าของบัตรไม่อยู่ในห้องประชุม ไปลงพื้นที่หรือเดินทางไปต่างประเทศ ถือว่าทำผิดอย่างแน่นอน

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของ ส.ส. ว่า  รู้สึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ รัฐสภาแห่งใหม่ถูกออกแบบสำหรับแก้ไขปัญหาการกดบัตรแทนกัน โดยตั้งใจจะใช้เครื่องลงคะแนนแบบสแกนลายนิ้วมือ แทนการเสียบบัตรแบบเดิม ซึ่งไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือแทนกันได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อปี 2560-2561 ในการตั้งงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ รัฐบาลกลับตัดลดงบประมาณจากที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เสนอขอไป 8,000 ล้านบาท เหลือ 3,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องลดงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องลงคะแนน ประกอบกับมีอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ร้องเรียนเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ทำให้รัฐสภาต้องตัดงบประมาณส่วนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปัญหาการเสียบบัตรแทนกันในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 ขณะนี้พบว่าเกิดขึ้นใน 3 กรณี คือมีส.ส.บางคนเสียบบัตรค้างไว้แล้วมีคนกดลงมติแทน 2.มีส.ส.บางคนเบิกบัตรสำรองไปให้ส.ส.คนอื่นเสียบบัตรแล้วกดลงมติแทน ทั้งที่เจ้าของบัตรไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และ 3.มีการเสียบบัตรแทน เนื่องจากเครื่องลงคะแนนไม่เพียงพอ ซึ่งกรณีนี้เกิดจากปัจจุบัน ส.ส.ใช้ห้องประชุมของวุฒิสภา ทำให้เครื่องลงคะแนนของสมาชิก มีเพียง 318 เครื่อง ไม่ถึง 498คน ตามจำนวนส.ส.ในปัจจุบัน หรือขาดไป 180 เครื่อง ทำให้ส.ส.ต้องใช้เครื่องในการลงคะแนนซ้ำกัน.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 7