อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

'ปิยบุตร'ลั่นไม่หยุดพบปชช. แม้อนาตตถูกตัดสิทธิ์การเมือง

เลขาธิการอนาคตใหม่ ลั่นไม่หยุดถ้าอนาคตถูกตัดสิทธิ์การเมือง ชี้จะเดินหน้าต่อลงพื้นที่ใกล้ชิดปชช.มากขึ้น หวังทำให้กระสุนด้าน ยันยกขบวนไปอยู่ที่ใหม่พร้อมเพรียงกัน ปลุกคนไม่เชื่อฟังอำนาจ เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 21.46 น.


เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 25 ม.ค. ที่เดอะลิงค์อโศก-มักกะสัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวตอนหนึ่งในงานเทศกาลดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรม “futurefest 2020” ช่วง Leader Talk  ในหัวข้อ “เปลี่ยนปัจจุบัน เปลี่ยนอนาคต” ว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรียนคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตนก็พยายามทำทุกวันให้เป็นวันสุดท้ายของช่วงชีวิต ทั้งนี้เราต้องต่อสู้ให้ได้ เพื่อไม่ให้ประเทศกลับไปสู่จุดเดิม ตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคเราก็อยู่บนกระแสดูถูกดูแคลนว่าเป็นส.ส.จะทำงานได้ไหม ซึ่งการที่เราชนะส.ส.เขตได้ เพราะมีความผสมผสานจากคนหลายรุ่น เราพยายามทำให้การเมืองไทยเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่พูดแล้วมีแต่การตีกัน ใช้ความรุนแรง ชิงไหวชิงพริบ หรือหักเหลี่ยมโหด
 
“ถ้าปลายเดือนก.พ.ผมถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้เป็นส.ส.แล้ว ซึ่งเขาอยากให้เราหยุดบทบาททางการเมือง ถ้าเราหยุดก็จะเป็นไปตามแผนเขา แต่เราจะไม่หยุดและเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไป พร้อมลงพื้นที่ไปอภิปรายใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น เราจะไปแบบพร้อมเพรียงกันด้วยอุดมการณ์ที่มองการเมืองระยะยาว ซึ่งจะทำให้การยุบพรรคกลายเป็นกระสุนด้านทันที และเราจะไปอยู่ที่ใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน แม้ตัดสิทธิ์ผม แต่ผมก็จะทำงานต่อ”นายปิยบุตร กล่าว
 
“วันนี้ประเทศไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม แต่อำนาจนิยมจะหมดไปได้ต้องเริ่มจากการไม่เชื่อฟังอำนาจ เราลองเริ่มต้นทดลองไม่เชื่อฟัง และท้าทายอำนาจ ออกแบบความคิดที่สร้างสรรค์กว่าที่เป็นอยู่ โดยเริ่มทดลองและตั้งคำถาม ก็จะเป็นเสรีภาพที่ไม่เชื่อฟังอำนาจ ถือเป็นเสรีภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าอาจจะเดือดร้อน แต่การไม่เชื่อฟังเช่นนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง แม้เสี่ยงตาย แต่จะนำไปสู่การปลดปล่อย และเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ขอให้ไปทดลองและทดสอบดู โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ และคิดท้าทายหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไปสู่สังคมที่ดีกว่า“ นายปิยบุตร กล่าว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    53%
  • ไม่เห็นด้วย
    47%

บอกต่อ : 17