อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

'ปิยบุตร'ลั่นไม่หยุดพบปชช. แม้อนาตตถูกตัดสิทธิ์การเมือง

เลขาธิการอนาคตใหม่ ลั่นไม่หยุดถ้าอนาคตถูกตัดสิทธิ์การเมือง ชี้จะเดินหน้าต่อลงพื้นที่ใกล้ชิดปชช.มากขึ้น หวังทำให้กระสุนด้าน ยันยกขบวนไปอยู่ที่ใหม่พร้อมเพรียงกัน ปลุกคนไม่เชื่อฟังอำนาจ เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 21.46 น.


เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 25 ม.ค. ที่เดอะลิงค์อโศก-มักกะสัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวตอนหนึ่งในงานเทศกาลดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรม “futurefest 2020” ช่วง Leader Talk  ในหัวข้อ “เปลี่ยนปัจจุบัน เปลี่ยนอนาคต” ว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรียนคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตนก็พยายามทำทุกวันให้เป็นวันสุดท้ายของช่วงชีวิต ทั้งนี้เราต้องต่อสู้ให้ได้ เพื่อไม่ให้ประเทศกลับไปสู่จุดเดิม ตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคเราก็อยู่บนกระแสดูถูกดูแคลนว่าเป็นส.ส.จะทำงานได้ไหม ซึ่งการที่เราชนะส.ส.เขตได้ เพราะมีความผสมผสานจากคนหลายรุ่น เราพยายามทำให้การเมืองไทยเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่พูดแล้วมีแต่การตีกัน ใช้ความรุนแรง ชิงไหวชิงพริบ หรือหักเหลี่ยมโหด
 
“ถ้าปลายเดือนก.พ.ผมถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้เป็นส.ส.แล้ว ซึ่งเขาอยากให้เราหยุดบทบาททางการเมือง ถ้าเราหยุดก็จะเป็นไปตามแผนเขา แต่เราจะไม่หยุดและเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไป พร้อมลงพื้นที่ไปอภิปรายใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น เราจะไปแบบพร้อมเพรียงกันด้วยอุดมการณ์ที่มองการเมืองระยะยาว ซึ่งจะทำให้การยุบพรรคกลายเป็นกระสุนด้านทันที และเราจะไปอยู่ที่ใหม่โดยพร้อมเพรียงกัน แม้ตัดสิทธิ์ผม แต่ผมก็จะทำงานต่อ”นายปิยบุตร กล่าว
 
“วันนี้ประเทศไทยเป็นสังคมอำนาจนิยม แต่อำนาจนิยมจะหมดไปได้ต้องเริ่มจากการไม่เชื่อฟังอำนาจ เราลองเริ่มต้นทดลองไม่เชื่อฟัง และท้าทายอำนาจ ออกแบบความคิดที่สร้างสรรค์กว่าที่เป็นอยู่ โดยเริ่มทดลองและตั้งคำถาม ก็จะเป็นเสรีภาพที่ไม่เชื่อฟังอำนาจ ถือเป็นเสรีภาพที่สมบูรณ์ที่สุด แม้ว่าอาจจะเดือดร้อน แต่การไม่เชื่อฟังเช่นนี้ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง แม้เสี่ยงตาย แต่จะนำไปสู่การปลดปล่อย และเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ขอให้ไปทดลองและทดสอบดู โดยเฉพาะการตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้อำนาจ และคิดท้าทายหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้ประเทศไปสู่สังคมที่ดีกว่า“ นายปิยบุตร กล่าว



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    53%
  • ไม่เห็นด้วย
    47%

บอกต่อ : 17