อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

ฟันขรก.มท.ปมเช่าระบบทำบัตรปชช.- นักการเมืองรอด!

ป.ป.ช.ไม่ชี้มูล “ชวรัตน์ ชาญวีรกูร-มานิต วัฒนเสน” ปมเช่าระบบคอมพ์-ทำบัตรปชช.อิเล็กทรอนิกส์ วงเงิน 3.4 พันล้าน เหตุตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนามเห็นชอบ แต่ฟันขรก.มหาดไทย ผิดวินัยร้ายแรง พ่วงเอาผิดคกก.ประกวดราคา-เทคนิคฯบกพร่องในหน้าที่ เสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 05.47 น.


เมื่อวันที่ 14 ก.พ.  นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวชี้แจงกรณีมีการนำเสนอข่าวว่า ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีกล่าวหานักการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง พร้อมพวกที่เป็นอดีตข้าราชการระดับสูง และข้าราชการในกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในการจัดทำโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้งานเกี่ยวกับบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ วงเงิน 3,490 ล้านบาท ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัย เฉพาะข้าราชการที่เกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวแล้ว โดยนักการเมืองระดับชาติชื่อดังและอดีตข้าราชการระดับสูงที่ถูกกล่าวหาในกรณีนี้ ไม่ได้ถูกชี้มูลความผิดแต่อย่างใดนั้นว่า  เรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหา นายชวรัตน์  ชาญวีรกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กรณีการดำเนินโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2553 – 2559 วงเงิน 3,490 ล้านบาทเศษ โดยมิชอบ ซึ่งมีนางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการ

โดยจากการไต่สวนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานฟังได้ว่า เดิมกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำระบบให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรประชาชน เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2545 ซึ่งสัญญาจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ก.พ. 2553 ก่อนสิ้นสุดสัญญา นายชวรัตน์ ขอความเห็นชอบในหลักการโครงการจัดทำระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนแบบใหม่ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย วงเงินงบประมาณ 3,490,845,673 บาท และคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2552 ต่อมากรมการปกครองได้ดำเนินการจัดหาโดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) คณะกรรมการประกวดราคา คณะทำงานทดสอบทางเทคนิค และได้มีการจัดประชุมรับฟังคำชี้แจงและตอบข้อซักถาม ตามโครงการฯ โดยในการเสนอราคามีบริษัทผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและยื่นเอกสารครบถ้วนจำนวน 2 บริษัท และเมื่อมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว จะต้องทำการตาม TOR กำหนดไว้ ซึ่งปรากฏว่าคณะทำงานทดสอบทางด้านเทคนิค ทำการทดสอบทางด้านเทคนิคโดยไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ COS จำลองที่จะใช้ในการทดสอบ จึงเป็นการทดสอบไม่เป็นไปตาม TOR กำหนด คณะกรรมการ TOR  จึงได้มีบันทึกโต้แย้งว่าการทดสอบด้านเทคนิคไม่เป็นไป TOR กำหนดไว้ จากนั้นสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและได้ดำเนินการทดสอบอีกครั้ง ตาม TOR กำหนดไว้ ต่อมา กองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ลงนามเห็นชอบผลการประกวดราคา และเสนอ รมว.มหาดไทย พิจารณาอนุมัติ โดยนายชวรัตน์ ได้ลงนามเห็นชอบผลการประกวดราคา และอนุมัติโครงการฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2553 และการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในการให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรประชาชนแบบใหม่สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์

เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติ 1. กรณีกล่าวหา นายชวรัตน์ และนายมานิต วัฒนเสน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองได้ดำเนินการการตรวจสอบความถูกต้องก่อนการลงนามเห็นชอบผลการประกวดราคาและลงนามอนุมัติแล้ว พยานหลักฐานจึงยังฟังไม่ได้ว่ากระทำผิดตามข้อกล่าวหา 2. กรณีกล่าวหานายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง กรมการปกครอง และนายกองเอกวิลาศ  รุจิวัฒนพงศ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมการปกครอง เห็นว่า นายธีรวัฒน์ ได้เสนอบันทึกฯ ให้นายกองเอกวิลาศ พิจารณาเสนอ รมว.มหาดไทย นายกองเอกวิลาศฯ ได้ลงนามในบันทึกขออนุมัติเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบตามโครงการฯ เพื่อเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการปกครอง ทั้งที่การทดสอบทางเทคนิคไม่เป็นตามเงื่อนไขตาม TOR การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสอง จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2551

3. กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประกวดราคา และคณะทำงานทางด้านเทคนิค เห็นว่าเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานทางด้านเทคนิคซึ่งประกอบด้วย นายประวีณ แจ่มศักดิ์, นายทรงพล อารมณ์ชื่น, นายสมเกียรติ อุดมเรณู, นายธนาคม ฐานนันทน์ และน.ส.ลัดดา พรพนมสิทธิกุล ได้ทดสอบทางด้านเทคนิคตามโครงการฯ ซึ่งไม่เป็นไปตาม TOR กำหนดไว้ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยเคร่งครัด แต่เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการประกวดราคา การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาถือเป็นเรื่องของการบกพร่องในหน้าที่ 

สำหรับการที่ นายพิภพ ดำทองสุข นายกมลโลจฒน์ เชียงวงศ์ นายทรงชัย ลิ้มไกลท่า และนายปรีดา บุญประคอง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประกวดราคา ได้มีมติให้คณะทำงานด้านเทคนิค ทดสอบทางด้านเทคนิค ตามโครงการไม่ตรงตาม TOR ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่เป็นไปตาม TOR กำหนดไว้ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 โดยเคร่งครัด จึงให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประกวดราคา และคณะทำงานทางด้านเทคนิคตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64 ต่อไป.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%