อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

"ปิยบุตร"สุดมั่นใจอนค.ไม่โดนยุบ ยันก.ม.ไม่ห้ามพรรคกู้เงิน

“ปิยบุตร”"ลั่นทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย"สุดมั่นใจ อนค.ไม่โดนยุบ ยันกฎหมายไม่ห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน แตชะตากรรมอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เล็งเชิญ “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กแดง” แจงกมธ.ในสภา จันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.32 น.


เมื่อวันที่ 17 ก.พ. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย" โดยระบุตอนหนึ่งว่า "จนกระทั่งถึงวันนี้ ผมยังมั่นใจว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ เพราะ ไม่ว่าจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ไม่มีเหตุตามกฎหมายใดเลยที่จะยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตราใด ข้อใด ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองกู้เงิน หาก พ.ร.ป.พรรคการเมืองต้องการมิให้พรรคการเมืองกู้เงิน ก็ต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองทราบล่วงหน้า ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่กู้เงิน พรรคการเมืองหลากหลายประเทศก็กู้เงิน “เงินกู้” มิใช่ “รายได้” แต่เป็น “หนี้สิน” จึงไม่เข้าข้อจำกัดตามที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดที่มาของรายได้ของพรรคการเมือง “เงินกู้” มิใช่ “เงินบริจาค” และ มิใช่ “ประโยชน์อื่นใด” พรรคอนาคตใหม่มีสัญญาเงินกู้ชัดเจน เมื่อกู้มาแล้วเป็นหนี้สิน พรรคต้องชำระหนี้คืน และได้ทยอยชำระหนี้คืนไปบางส่วนแล้ว “เงินกู้” มิใช่ “เงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย” มิใช่ “เงินสกปรก” มิใช่ “เงินจากการทำผิดกฎหมาย”

"อย่างไรก็ตาม อย่างที่ผมเน้นย้ำอยู่เสมอว่า “ปากกาไม่ได้อยู่ที่ผม” แต่ “ปากกาอยู่ในมือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ดังนั้น ในท้ายที่สุด การยุบพรรคอนาคตใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่ จึงอยู่ที่อำนาจตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ และด้วยปรากฏการณ์ “ยุบพรรค” ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ก็ย่อมทำให้คนจำนวนมากคาดการณ์ไปต่างๆนานาถึงชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เราก็จำต้องเร่งลงมือทำสิ่งเหล่านั้น ทำทุกวันให้เสมือนเป็นวันสุดท้าย นับตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ ผมเร่งทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างหนักหน่วงเต็มที่ ทั้งการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร และงานในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ผมได้อภิปรายในวาระที่สองของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลปกครอง ผมได้อภิปรายแถลงญัตติแสดงถึงเหตุผลความจำเป็นของการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันมิให้รัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมได้อภิปรายไว้อาลัยและเอ่ยชื่อผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมที่โคราช เพื่อสร้างธรรมเนียมสอดคล้องกับสากลในการระลึกและให้การยอมรับนับถือต่อเหยื่อผู้เสียชีวิต ในพื้นที่สำคัญอย่างสภาผู้แทนราษฎร

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรประจำสัปดาห์นี้ ในวันพุธที่ 19-20 ก.พ. มีภารกิจหลายเรื่อง" หนึ่งเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการฯอีกสองเรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เรื่องแรก การทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ซึ่งปัจจุบัน ประกาศ คสช. ได้ยกเลิกอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในส่วนนี้ คงเหลือให้เป็นอำนาจของตำรวจ เรื่องที่สอง ผลกระทบของประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. คำสั่งหัวหน้า คสช. : ศึกษากรณีการดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และการจำกัดเสรีภาพสื่อ ภายหลังที่สภาผู้แทนราษฎร “นับคะแนนใหม่” ทำให้ไม่สามารถตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ “มาตรา 44” ได้ ผมจึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาคณะหนึ่งในคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เพื่อศึกษาเรื่องเหล่านี้โดยตรง ซึ่งประเด็นปัญหาของ “มาตรา 44” มีหลากหลายประเด็น จำเป็นต้องทำรายงานออกมาหลายฉบับ นี่คือรายงานฉบับแรก

สอง อภิปรายสรุปญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางป้องกันมิให้รัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต ผมตั้งใจใช้โอกาสนี้อภิปราย “ทิ้งทวน” เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของสภาผู้แทนราษฎรไว้ สาม เชิญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มาชี้แจงและตอบข้อซักถามกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ในกรณีเรื่องแนวทางการจัดการชุมนุมสาธารณะ และกรณี “วิ่งไล่ลุง” สี่เชิญ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. มาชี้แจงและตอบข้อซักถามกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เรื่อง ปัญหาทางกฎหมายกรณีการประกอบธุรกิจของกองทัพ และการทำธุรกิจกันในค่ายทหาร และห้า ต้อนรับและสนทนาแลกเปลี่ยนกับประธานกรรมาธิการคมนาคม และอดีต รมต คมนาคม และคณะ จากประเทศสหพันธสาธารณรัฐเยอรมนี หก ประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งสัปดาห์นี้จะเข้าเรื่องสำคัญ นั่นคือ หมวดว่าด้วยรัฐสภา

"ทั้งหมดนี้ ผมจะได้ทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสถาบันการเมืองเพียงแห่งเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน “ผู้แทนราษฎร” คือ ผู้ที่ใช้อำนาจของราษฎรแทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎร มีพันธกิจในการนำความต้องการของประชาชนมาทำให้เกิดผล สำหรับผมแล้ว เวลาจะมากหรือน้อยเพียงใด เหลือเวลาอีกเท่าไร ไม่สำคัญ ขอเพียงเราเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และทำมันทุกวันเสมือนทุกวันเป็นวันสุดท้าย" นายปิยบุตร กล่าว.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%

บอกต่อ : 9