อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

ลุ้นระทึก!ยุบ-ไม่ยุบ'อนค.'เปิดคำวินิจฉัยศาลฯ3แนวทาง

ศาลรัฐธรรมนูญคุมเข้มอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ปมกู้เงิน 191.2 ล้านพรุ่งนี้ ด้านองค์กรต่างประเทศเจ้าเก่าแจ้งส่งตัวแทนร่วมฟัง เปิด 3 แนวทางวินิจฉัยลุ้นระทึก! ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 05.14 น.


เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายซึ่งเป็นวันก่อนศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามมาตรา 92 วรรรคหนึ่ง( 3) ประกอบ มาตรา 72 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กรณีพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จำนวน 191.2 ล้านบาท โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยกำหนดพื้นที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ใช้ประตูด้านทิศใต้ และทิศตะวันออก เป็นทางเข้าออก และไม่อนุญาตให้ใช้ประตูด้านทิศเหนือซึ่งเป็นด้านหน้าของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าออก

ขณะเดียวกันมีการนำแผงเหล็กมากั้นแนวเขตของศาลรัฐธรรมนูญโดยแบ่งออกเป็นโซนสื่อมวลชนที่มีการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดจากห้องพิจารณาคดีลงมายังบริเวณชั้นล่าง  และห้องสื่อมวลชนได้รับฟัง ส่วนอีกโซนหนึ่งเป็นจุดแรกบัตรและตรวจค้นอาวุธ  ซึ่งจะอยู่บริเวณบันไดทางขึ้นห้องพิจารณาคดี โดยที่จุดนี้ตัวแทนผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดี จะต้องแลกบัตรและตรวจอาวุธ รวมทั้งฝากสิ่งของ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ นาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  ขณะที่ประชาชนที่จะมาให้กำลังใจหรือติดตามรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดี เจ้าหน้าที่ได้จัดพื้นที่บริเวณโถงกลางของอาคารเอ  พร้อมติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของบริษัทพัฒนาสินทรัพย์

ทั้งนี้ก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีนี้ในเวลา 15.00 น. ช่วงเช้าทางคณะตุลาการจะมีการประชุมแถลงด้วยวาจาและลงมติ พร้อมจัดทำคำวินิจฉัย  ซึ่งตลอดเวลาการประชุมพิจารณาและก่อนออกนั่งบัลลังก์ทางศาลรัฐธรรมนูญจะมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์บริเวณโดยรอบสำนักงานเพื่อป้องกันไม่ให้คำวินิจฉัยรั่วไหลออกไปก่อน

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าในการยื่นคำชี้แจงของกกต.ต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น กกต.ได้ให้ข้อมูลว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 62 กำหนดที่มารายได้ของพรรคการเมืองไว้ 7 ประเภท เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการทางการเมืองตามอุดมการณ์  ไม่มีประเภทรายได้อื่นที่เปิดช่องให้พรรคการเมืองสามารถกู้ยืมเงินมาดำเนินกิจการได้ ประเภทของรายได้ดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่แสดงลักษณะเฉพาะของนิติบุคคลตามกฎหมายพรรคการเมืองซึ่งจะต่างจากนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นหากไม่ใช่เงินรายได้ที่กำหนดไว้ในกฎหมายพรรคการเมืองแล้วแม้จะเป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็อาจเป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายพรรคการเมือง

ขณะเดียวกันการที่กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการได้มาของรายได้แต่ละประเภท คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ให้ไว้แตกต่างกัน เพื่อเป็นหลักประกันถึงความโปร่งใสการได้มาซึ่งรายได้ และการป้องกันมิให้เกิดการกระทำนิติกรรมอำพรางการได้มาซึ่งรายได้ของพรรคการเมือง ดังนั้นพรรคการเมืองที่หารายได้โดยไม่เป็นไปตามประเภทรายได้ หรือรับเงินโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มาของรายได้ ที่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนด  เงินที่ได้มาจึงไม่เป็นเงินจากแหล่งรายได้ตามที่กฎหมายกำหนดเข้าลักษณะความผิดตามมาตรา 72 กฎหมายเดียวกัน

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ต่อสู้ว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเช่นบริษัทเอกชนสามารถที่กู้ยืมเงินได้ โดยมีการเมืองอีก 16 พรรคที่มีการกู้เช่นกัน แต่กกต.กลับเลือกปฏิบัติไม่ดำเนินการเอาผิด รวมทั้งเงินกู้ไม่ใช่เงินรายได้ ไม่ใช่เงินบริจาค รวมถึงไม่ใช่ผลประโยชน์อื่นใดหรือเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาไม่ชอบที่จะผิดมาตรา 72 อีกทั้งขั้นตอนการพิจารณาของกกต.เร่งรัด ไม่ถูกต้องไม่ให้โอกาสพรรคในการยื่นเอกสารหลักฐานอย่างเต็มที่ซ้ำเป็นการมุ่งที่จะเอาผิดกับพรรคอนาคตใหม่โดยเฉพาะ

ส่วนที่แนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้มี 3 แนวทางโดย 1. ศาลเห็นว่าผิดจริงตัดสินยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 10 ปี ตามแนวคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยไว้ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งถ้าเป็นแนวทางนี้กกต.ก็จะมีการดำเนินคดีอาญาตามหลังมาด้วย  2. ศาลเห็นว่าพรรคไม่มีความผิดตามมาตรา 72 ให้ยกคำร้อง  และ 3. มีความผิด แต่เป็นความผิดตามมาตรา 62 มาตรา 66 พ.ร.ป.พรรคการเมืองเท่านั้น ไม่อยู่ในอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจึงยกคำร้องยุบพรรค  ซึ่งหากเป็นแนวทางนี้เรื่องดังกล่าวก็จะวนกลับมาที่กกต.จะต้องเป็นผู้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด 2561 เพื่อที่จะดำเนินคดีอาญา ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560  มาตรา 124, 125 ซึ่งจะเอาผิดเฉพาะผู้บริจาคเงินหรือทรัพย์สิน หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น  รวมทั้งอาจมีการดำเนินคดีในกรณีที่พรรคมีการนำเงินรายได้ของพรรคที่ได้จากการระดมทุน การรับบริจาค ขายของที่ระลึก ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามนำไปใช้เพื่อการอื่นใดนอกจากการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามมาตรา 87 แต่การนำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้เงินกู้ให้กับนายธนาธร อาจจะผิดตามมาตรา  132.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 23