อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563

สภาฯไฟเขียวส่งผลกระทบม.44ให้ครม.-องค์กรอิสระ

สภาฯเห็นชอบ ส่งรายงานผลกระทบจากม.44ของกมธ.ก.ม. ให้ครม.-ศาล-องค์กรกรอิสระ-อัยการ พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 18.07 น.

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เรื่องผลกระทบจากประกาศคสช. คำสั่งคสช. และคำสั่งหัวหน้าคสช. ศึกษากรณีการดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหาร การจำกัดเสรีภาพการแสดงออกและการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชน เพื่อส่งข้อสังเกตตามรายงานของคณะกรรมาธิการฯ ต่อไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อควรทราบ หรือควรปฏิบัติเพื่อดำเนินการต่อไป 

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ แถลงผลการศึกษาช่วงหนึ่งว่า จากกรณีที่ตนและสมาชิกได้เสนอญัตติขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากบรรดาประกาศ และคำสั่งคสช. ตามมาตรา 44 แต่สภาฯ โดยเสียงข้างมากมีมติไม่เห็นชอบ และให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยกรรมาธิการสามัญแทนนั้น จากการที่กรรมาธิการกฏหมายฯ ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาพบว่า ตลอดช่วงเวลา 5 ปีในยุคคสช. มีการออกประกาศคำสั่งคสช.จำนวนมาก คลอบคลุมและกระทบเนื้อหามากกมายหลายเรื่อง แต่เบื้องต้นกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาใน 3 ประเด็นคือ 1.การดำเนินคดีพลเรือนในศาลทหาร โดยคสช.ได้ออกประกาศให้ศาลทหารมีเขตอำนาจในคดีบางประเภท อาทิ คดีที่เกี่ยวกับความมั่นคง และฝ่าฝืนประกาศคสช. เป็นต้น 

โดยมีจำนวนมากถึง 1,886 คดี มีจำเลยที่เป็นพลเรือนกว่า 2,408 คน กรณีนี้เป็นเรื่องที่นานาชาติไม่ยอมรับ เพราะศาลทหารไทยไม่ได้มาตรฐาน ขาดความเป็นกลาง กรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ควรจะมีการออกกฏหมายประกาศความบริสุทธิ์ให้กับจำเลย และเยียวยาค่าเสียหาย ส่วนกรณีที่ศาลยังพิจารณาไม่เสร็จนั้น ในกรณีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งคสช. ควรเขียนกฏหมายให้จำหน่ายคดีออกทันที

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า 2.การจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก มีประกาศคสช.สำคัญ 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องในการห้ามแสดงออกทางการเมืองคือ ฉบับที่ 7/2557 กับ 3/2558 โดยมีคดีในกรณีนี้ทั้งหมด 421 คน ขณะเดียวกันยังมีกรณีที่คสช.ออกคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวแต่ไม่มา จึงมีโทษอีก 14 คน กรรมาธิการฯ จึงมีข้อเสนอว่า ให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช.ทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก แม้จะมีการยกเลิกไปแล้วบางส่วน แต่ส่วนที่เหลือก็ต้องตามไปยกเลิกให้หมด ส่วนคดีที่ยังค้างอยู่ให้ยุติคดีทั้งหมด ที่สำคัญ ต้องตั้งระบบการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้กับผู้ถูกจับกุมคุมขังในคดีเหล่านี้ทั้งหมดด้วย และ 3.การจำกัดเสรีของสื่อมวลชน แม้คสช.จะไม่จำกัดโดยตรง แต่มักจะให้กสทช.เป็นผู้ดำเนินการ 

โดยกสทช.ใช้คำสั่งคสช.มาเป็นเครื่องมือในการจำกัดสื่อ ทั้งสั่งปิด ลงโทษปรับ หรือเรียกไปทำเอ็มโอยู จำนวน 59 กรณี โดยกรรมาธิการฯ เสนอให้ยกเลิกประกาศคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจำกัดเสรีภาพสื่อ ที่สำคัญ ต้องชดเชยเยียวยาค่าเสียหายให้กับสื่อที่ได้รับผลกระทบในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตาม  เพื่อเป็นการแก้ไขอดีตในการปกครองจากอำนาจพิเศษในช่วงรัฐประหารครองอำนาจ กรรมาธิการฯ เห็นว่า ควรบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้หาหนทางเยียวยาทำให้ปัจจุบันดีขึ้น และอนาคตที่ดีกว่าเดิม.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9