อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

"จตุพร"ให้กำลังใจ'ธนาธร' สอนหนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

“ ตู่ จตุพร”สอนน้องหนักกว่า “ธนาธร” ก็เจอมาแล้ว ให้กำลังใจชาวอนาคตใหม่ ชี้ทุกพรรคการเมืองสามัคคีกันต้มให้กู้ไม่เกิน 10 ล. อนค.หาย 11 เสียงใช่ รบ.จะอยู่ดี ปัญหารุมเร้าขอให้นับเดือนรอ อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.27 น.


เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในหัวข้อ เป็นกำลังใจให้อนาคตใหม่ โดยระบุว่า ก่อนการยุบพรรคอนาคตใหม่ 1 วัน ช่อง 8 ได้ชวนไปบันทึกรายการ กับนายธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น โดยหัวข้อหลักก็คือ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ตนพยายามภาวนาว่าสิ่งที่ตนวิเคราะห์ไว้จะเป็นผลลัพธ์ตรงกันข้าม เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นหลายคนต่างมีความเชื่อแตกต่างกัน แต่โดยก้นบึ่งลึกของตนรู้ว่าบนเส้นทางทางการเมืองอย่างนี้โอกาสที่จะรอดนั้นยาก

นายจตุพร กล่าวต่อว่า  ผ่านการยุบพรรคมาแล้ว 2 พรรคและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ดังนั้นเส้นทางที่อนาคตใหม่และนายธนาธรเจอ ตนผ่านมาแล้ว ในฐานะคนที่ผ่านมาก่อนสิ่งที่นายธนาธรต้องคิดต่อไปคือคดีทางอาญา ได้พูดต่อหน้านายธนาธรในรายการที่ไปบันทึกเทปว่า เหตุที่พรรคอนาคตใหม่เจอกับการร้องเรียนเรื่องเงินกู้นั้น ตนอธิบายว่า พรรคการเมืองทั้งประเทศสามัคคีกันต้ม ว่าเรื่องนี้ใครก็แล้วแต่จะต้องตกแต่งและต้องไม่ประกาศซึ่งทุกพรรคการเมืองก็ทำเช่นนี้ หากจะกู้ก็ออกแบบกันไว้ว่าไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่นายธนาธรกลับมาเปิดเผยเรื่องการกู้เงินอยู่พรรคการเมืองเดียว ก็โดนอยู่พรรคเดียว เพราะ พรรคการเมืองที่เหลือสามัคคีกันต้ม นี่คือความจริงของประเทศไทย

“แต่ทันทีที่ถูกตัดสินเรื่องนี้ก็จะพ่วงด้วยคดีอาญา เพราะอานุภาพของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าผิด ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะไปวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องเอาผลคำผูกพันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นตัวตั้ง เหมือนอย่างกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 คน ศาลอาญาบอกว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน แล้วจึงจะนัดอ่านคำวินิจฉัยว่าจะรับฟ้องในกรณีดังกล่าวหรือไม่ ดังนั้นเส้นทางต่อไปโดยเฉพาะการชุมนุมจะต้องคิดอ่านอย่างรอบคอบ”นายธนาธรกล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า การชุมนุมแบบแฟลชม็อบ อาจจะทำได้ เต็มที่ไม่เกิน 5 ครั้งเพราะหลังจากนั้นผู้มาร่วมชุมนุมจะไม่ยอมกลับเพราะต้องการชัยชนะกลับบ้านกันทั้งนั้น พร้อมทั้งตั้งคำถามว่าเส้นทางของนายธนาธนจะจบแบบไหน อย่าง นปช.จบลงด้วยการถูกปราบปรามคนล้มตายจำนวนมาก บางฝ่ายก็จบลงด้วยการมีคนมายึดอำนาจให้ แต่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ก็ถูกดำเนินคดีด้วยกันทั้งสิ้น

ประธาน นปช.กล่าวว่า อย่างไรก็ตามสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้ ไม่ใช่ว่าเสียงอนาคตใหม่จะหายไป 11 เสียงแล้วรัฐบาลจะอยู่ดี เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงในสภา ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ คนฆ่าตัวตายรายวันเพราะพิษเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวก็พัง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ แล้วรัฐบาลจะอยู่ได้อย่างไร ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปในเดือนก.พ.รัฐบาลเองก็ขอให้นับเดือนรอ ตามหลังอนาคตใหม่ไปในไม่ช้า และขอให้กำลังชาวอนาคตใหม่ เพราะสิ่งที่อนาคตใหม่เจอ คนเสื้อแดงเจอมาทั้งหมดแล้ว และต้องลุกขึ้นมาให้อย่างรวดเร็ว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ผลสำรวจนิด้าโพลที่บอกว่า หากมีการชุมนุมคนจะออกไปร่วมเพียง 3 เปอร์เซ็นต์นั้นตนมองว่า 3 เปอร์เซ็นต์ดังกล่าวหมายถึงในวันนี้เท่านั้น แต่หากมีประเด็นที่ใช่ แล้วรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้วันนั้นก็ไม่มีใครรู้ ความขัดแย้ง ณ วันนี้หากเกิดขึ้นมาใหม่ก็เป็นความน่ากังวลและที่ยิ่งน่ากังวลไปกว่านั้นคือรัฐบาลไม่มีอนาคตอะไรให้กับเขาเลย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 24 ก.พ.นั้น หากฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดีรัฐบาลตอบได้แม้ว่าจะชนะในสภาก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ได้ เพราะ การอภิปรายในครั้งนี้จะมีความหมายและสำคัญที่สุดต่อเมื่อ สะท้อนให้ประชาชนได้เห็นว่า ในเวลาที่ประชาชนกำลังทุกข์ยากนั้น รัฐบาลทำอะไรอยู่


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    53%
  • ไม่เห็นด้วย
    47%